HJC เล่ม 3 ตอนที่ 15.2

ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Sponsor ตอนต่อไป

หมายเหตุ : หัวหน้ากองร้อยเสี่ยว ซี่นั้นจะเปลี่ยนเป็นเสี่ยว เซอ เพราะจะมีความเกี่ยวข้องกับตัวละครในบทต่อไปและมันเหมาะสมมากกว่านะครับ


ตอนที่ 15 ผนึกเวทย์อัญมณีธาตุสัตว์สวรรค์ระดับปรมจารย์ (2)

“เจ้าต้องระวังไม่ให้ผนึกของสัตว์สวรรค์นั้นถูกทำลายด้วย เพราะว่าสัตว์สวรรค์นั้นจะแข็งแกร่งกว่าผู้อัญมณีสวรรค์ในระดับเดียวกัน” ซางกวน ปิงเอ้อนั้นรู้สึกแปลกๆเมื่อนางพูดเช่นนี้กับโจว เว่ยชิง

โจว เว่ยชิงนั้นหันหน้าของเขากลับมาก่อนจะส่งยิ้มให้นางพร้อมกับแสดงสัญญาณมือให้นางมั่นใจในตัวโจว เว่ยชิงก่อนจะเดินจากไป

เมื่อมองเพื่อนร่วมทางของเธอเดินจากไป นางขมวดคิ้วของนางเล็กน้อย และถามตัวเองว่าวันนี้เจ้าอ้วนโจวเป็นอะไรในวันนี้? ก่อนหน้านี้เขานั้นจะฉวยทุกโอกาสที่จะหยอกล้อนางตลอดเวลา แต่วันนี้เขากลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนเกือบจะกลายเป็นคนที่สุภาพและซื่อตรง

แต่นางกลับไม่รู้เลยว่าโจว เว่ยชิงในตอนนี้จับหน้าของตัวเองที่รู้สึกไม่สบายก่อนจะเดินเข้าไปยังประตูทางเขา เขานั้นพยายามคุมตัวเองที่จะไม่พูดอะไรพล่อยๆออกไปซึ่งมันใช้ความพยายามอย่างมาก

“ฮืม .. ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลจริงๆ! เหมือนอย่างที่ตาเฒ่าหัวงูนั้นบอกจริงๆ การจะให้ท่านผู้บัญชาการกองพันคนสวยมายอมรับตัวข้านั้น จะวิธีการเก่าๆของข้านั้นไม่ได้”

เมื่อเดินผ่านอุโมงค์ไป โจว เว่ยชิงก็รู้สึกว่าพื้นนั้นค่อยๆเอียงลงไป ก่อนจะเดินไปอีกสองร้อยเมตรก็ถึงทางโค้งซึ่งบิดไปบิดมา ก่อนจะถึงห้องโถง

ซึ่งในห้องโถงนั้นไม่ได้ประดับอะไรไว้เลย และมันมีทางแยกอีกสามทางซึ่งมีตัวอักษรขนาดใหญ่ติดไว้ตามลำดับนั้นคือ 师(ระดับผู้ฝึกหัด) , 尊(ระดับผู้อาวุโส) และ 宗(ระดับปรมจารย์) [ผู้แปล : ตรงจุดนี้ผมไม่ได้ใช้การแปลที่ตรงตัว แต่ใช้การลำดับตามความเหมาะสม ซึ่งหากใครมีไอเดียอะไรสามารถบอกได้นะครับ]

ซึ่งด้านข้างก็มีโต๊ะซึ่งมีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ ซึ่งสวมเสื้อคลุมผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ระดับผู้ฝึกหัด แม้ว่าเขานั้นจะไม่ได้มีตราสัญลักษณ์บนเสื้อคลุม ซึ่งในตอนนี้เป็นเวลาที่ยังเช้าอยู่นั้น จึงไม่ค่อยมีคนอยู่มากนัก

“จ่ายเงินมา” ชายชราที่นั่งอยู่นั้นกล่าวกับโจว เว่ยชิง

โจว เว่ยชิงจึงเดินไปหาก่อนจะยืนการ์ดเก็บเงินสีแดงที่ได้มาจากซางกวน ปิงเอ้อให้กับชายชรานั้น และพูดว่า “ผู้อาวุโส ข้าต้องการที่จะไปยังกรงขังผนึกเวทย์ของคุณสมบัติธาตุลมระดับปรมจารย์”

“ระดับปรมจารย์?” ชายชราพูดด้วยความตกใจก่อนจะมองดูโจว เว่ยชิง

โจว เว่ยชิงยิ้มและพูดว่า “ที่จริงแล้วข้าต้องการที่ประสบการณ์ที่จะได้รู้และได้สัมผัสว่าสัตว์อสูรระดับปรมจารย์นั้นเป็นเช่นไร เพราะข้านั้นได้ยินมาว่าสัตว์อสูรระดับปรมจารย์นั้นแข็งแกร่งมาก”

ชายชราจึงตอบด้วยความเฉยชาว่า “มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้าล่ะนะ ตราบเท่าที่เจ้ามีเงินจ่าย เจ้าจะทำอะไรก็ได้” ในขณะที่พูด ชายชราก็หยิบอุปกรณ์คุณสมบัติมิติขึ้นมาซึ่งมันใช้ในการรูดการ์ดเก็บเงินและบันทึกลงไป ซึ่งชายชรานั้นรีบรูดเอาเงิน 10,000 เหรียญทองออกไปทันทีเพราะกลัวว่าโจว เว่ยชิงนั้นจะเปลี่ยนใจ และเมื่อคืนบัตรให้กับโจว เว่ยชิง เขาก็ส่งเหรียญตรากลมๆเล็กๆให้มาด้วย

“เจ้ามีเวลาเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น และเมื่อเจ้าต้องการที่จะผนึกเวทย์ เจ้าเพียงแค่เอามือวางไว้บนหัวของสัตว์สวรรค์เท่านั้น เจ้าไปได้แล้ว”

“ขอบคุณ ผู้อาวุโส”

ชายชรานั้นยังคงมองโจว เว่ยชิงที่เดินไปยังที่โซนกรงขังของสัตว์อสูรคุณสมบัติธาตุลมระดับปรมจารย์ ก่อนจะบ่นด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า “ฮึ เจ้าหนูนี้ไม่เจียมตัวเอาซะเลย ข้าคิดว่าเจ้าเด็กโงนี้ก็คงจะมาเสี่ยงโชคไม่ก็เป็นเพียงแค่แกะดำของตระกูลที่ร่ำรวยเป็นแน่”

เมื่อเวลาผ่านไป ชายชราที่กำลังจะหลังลงนั้น ก็เห็นโจว เว่ยชิงนั้นรีบวิ่งออกมาจากที่กุมชังสัตว์สวรรค์ระดับปรมจารย์ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าสลด

โจว เว่ยชิงนั้นจึงคืนเหรียญตราให้กับชายชราก่อนจะถอนหายใจและพูดออกมาว่า “สัตว์สวรรค์ระดับปรมจารย์นั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว”

ชายชราจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ฮึ เจ้าหนุ่มน้อย เจ้าอย่าประเมินตัวเองสูงจนเกินไป ครั้งหน้าเจ้าไปที่กุมขังของระดับผู้ฝึกหัด เจ้ายังพอมีโอกาสที่จะทำสำเร็จอยู่บ้าง 10,000เหรียญทองต่อการไปยังที่กุมขังของระดับปรมจารย์นั้น…สำหรับคนอายุอย่างเจ้า แม้ว่าพ่อของเจ้าจะเป็นองค์รัชทายาทก็มไม่อาจที่จะช่วยเจ้าให้ผนึกเวทย์เช่นนี้สำเร็จได้ “

“อ่า ขอบคุณผู้อาวุโสสำหรับคำสอน” โจว เว่ยชิงกล่าวด้วยความถ่อมตนและเห็นด้วย ก่อนจะเดินจากไป

ในขณะที่เขานั้นกำลังเดินออกไป สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าของความพอใจในตัวเองอย่างมาก และกำหมัดแน่นในชัยชนะของเขา

ในอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น โจว เว่ยชิงก็จะไปยังตำหนักผนึกเวทย์วันละครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งที่เขาไปนั้นก็จะเลือกไปยังทางเข้าต่างๆ ยกเว้นสองวันสุดท้ายที่ไปยังทางเข้าเดียวกัน ส่วนอีกด้านนั้น ซางกวน ปิงเอ้อก็แทบไม่ได้ออกมาจากห้องเลยและนางยังคงพยายามอย่างหนักในการหลอมรวมกับคัมภีร์รองเท้าลมวายุของเธอ

ห้าวันต่อมา หลังจากที่โจว เว่ยชิงนั้นใช้เงินทั้งหมดในการ์ดเก็บเงินที่ซางกวน ปิงเอ้อให้เขายืมมาแล้ว เขาก็อยู่ในห้องฝึกพลังสวรรค์อยู่เงียบ จนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาเลย

เวลาที่ซางกวน ปิงเอ้อนั้นใช้ในการหลอมรวมเข้าศาสตราวุธอัญมณีกายนั้นได้พิสูจน์ให้โจว เว่ยชิงได้เห็นถึงความยากของมันแล้ว เพราะเธอนั้นใช้เวลากว่าสองเดือนหรือก็คือ 61 วัน ก่อนที่เธอจะสามารถหลอมรวมรองเท้าลมวายุของเธอได้สำเร็จ

ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับทหารใหม่ที่ฝึกจนเสร็จสิ้นแล้ว ในฐานะผู้บัญชากการกองพัน แน่นนอว่าซางกวน ปิงเอ้อนั้นต้องกลับไปให้เร็วที่สุด จากนั้นทั้งสองก็บอกลาเฟ่ย หยู่ และฮูหยาง อ่าวบ่อก่อนจะเดินทางออกจากเมืองภูเขาเสียดฟ้าและตรงไปยังจักรวรรดิธนูสวรรค์

“เจ้าอ้วนโจว ข้าไม่มีเวลาถามเจ้าเลยว่าเจ้าผนึกเวทย์ได้สำเร็จหรือไม่?” ซางกวน ปิงเอ้อถามโจว เว่ยชิงในชณะที่พวกเขากำลังเดินทาง

ในช่วงเวลาสองเดือนนั้น นอกจากเวลาทานข้าวแล้ว พวกเขาแทบไม่ได้คุยกันเลย ได้แต่อยู่ในบ้านของฮูหยาง อ่าวบ่อ ซึ่งนางก็ไม่ต้องการถามโจว เว่ยชิงเรื่องการผนึกเวทย์ของเขา ซึ่งสิ่งที่ทำให้เธอนั้นแปลกใจคือโจว เว่ยชิงนั้นกลับกลายเป็นผู้ช่วยของเธอจริงๆ ตั้งแต่วันที่พวกเขานั้นไปยังตำหนักผนึกเวทย์ครั้งที่สอง เพราะเขานั้นไม่เคยพูดจาพล่อยๆหรือหยอกเธอเล่นอีกเลยนับแต่นั้นมา

“มันเป็นความลับ ท่านผู้บัญชากการกองพันคุณเป็นคนพูดเองก่อนหน้านี้นะครับ? เวทย์ในอัญมณีธาตุนั้นถือเป็นความลับสูงสุดของผู้ใช้อัญมณีสวรรค์” โจว เว่ยชิงพูดอย่างลึกลับ

ซางกวน ปิงเอ้อพูดด้วยความตกใจ “นี้เจ้าผนึกเวทย์สำเร็จจริงงั้นเหรอ?”

โจว เว่ยชิงนั้นยิ้มเล็กๆ “ท่านจะได้รู้อย่างแน่นอน”

“ฮึ่ม ในเมื่อเจ้าไม่อยากจะพูด งั้นก็ลืมไปเสียเถอะ” ซางกวน ปิงเอ้อนั้นหันหน้าไปทางอื่นและเลิกสนใจเขาและรีบเดินทางต่อ

เมื่อเวลาผ่านไป ซางกวน ปิงเอ้อก็รู้สึกได้ว่าพลังสวรรค์ในตัวของโจว เว่ยชิงนั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก แม้ว่ามันจะยังไม่สามารถเทียบกับเธอได้ แต่เขาก็สามารถที่จะคงสภาพการเพิ่มพลังได้อย่างยาวนานในตอนนี้

ซึ่งจริงๆแล้วในตอนที่อัญมณีสวรรค์ของโจว เว่ยชิงนั้นตื่นขึ้นมา เขานั้นไม่ได้มีพลังสวรรค์เทียบเท่ากับผู้ใช้พลังสวรรค์ระดับพื้นฐานขั้นที่ 4 คนอื่นๆ แต่เขานั้นกลับไปอยู่ที่ขั้นนั้นทันที ซึ่งหลังจากการฝึกตนของเขาสองเดือน พลังสวรรค์ในตัวของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

ตลอดการเดินทางมายังเมืองภูเขาเสียดฟ้า โจว เว่ยชิงนั้นจะเป็นเตรียมอาหาร แม้ว่าบางครั้งเขาจะพูดคุยกับโจว เว่ยชิง แต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว โจว เว่ยชิงนั้นทำตัวเหมือนเป็นคนละคน ซึ่งทั้งสองก็กลับมาถึงค่ายทหารในสิบวัน ซางกวน ปิงเอ้อก็พบถึงความผิดปกติ ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรถึงโจว เว่ยชิง เขาก็เป็นชายคนแรกของเธอ และยังเป็นคนที่ทำให้นางนั้นโกรธและมีช่วงเวลาแห่งความสุข เธอนั้นจะคอยสังเกตุเขาอยู่ตลอดเวลา และการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เธอก็ไม่รู้ว่านี้เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีกันแน่

นอกเมืองเมืองธนูสวรรค์ ณ ค่ายทหาร

“ท่านผู้บัญชาการกองพัน ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว” เสี่ยว เซอมองไปที่ซางกวน ปิงเอ้อด้วยรอยยิ้มบนหน้าของเขา พร้อมกับทำความเคารพเธออย่างเหมาะสม

ซางกวน ปิงเอ้อและโจว เว่ยชิงนั้นกลับมายังค่ายทาหรและเปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบทหาร ก่อนทึ่นางจะกลับไปยังเต็นท์ของเธอ หลังจากที่เดินทางออกไปเกือบสามเดือน นางก็อยากรู้ถึงสถานการ์ของทหารใหม่ที่รับเข้ามา

“หัวหน้ากองร้อยเสี่ยว ค่ายทหารใหม่นั้นมีปัญหาอะไรหรือไม่? พวกเขาควรจะฝึกเสร็จในไม่ช้าใช่หรือไม่? “

เสี่ยว เซอยืนมองโจว เว่ยชิงซึ่งยืนอยู่ข้างหลังซางกวน ปิงเอ้อก่อนพูดขึ้นมาว่า “ทหารใหม่นั้นจะทำการฝึกสำเร็จได้ในอีกสามวัน คุณไม่ควรจะถามข้าเรื่องการฝึกทหารใหม่ เพราะก่อนที่ท่านนั้นจะออกไป ท่านให้หัวหน้ากองร้อยเหมาหลี่เป็นคนดูแลไม่ใช่เหรอครับ?”


ตอนก่อนหน้านี้ Sponsor ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
Advertisements