HJC เล่ม 3 ตอนที่ 15.1

ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Sponsor ตอนต่อไป

ตอนที่ 15 ผนึกเวทย์อัญมณีธาตุสัตว์สวรรค์ระดับปรมจารย์ (1)

ในตอนเช้านั้น โจว เว่ยชิงก็ตื่นขึ้นมาจากการฝึนตนของตัวเอง

เขาสูดลมหายใจเข้าไป ร่างกายของเขานั้นรู้สึกสดชื่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และดูเหมือนว่าพลังสวรรค์ในตัวของเขาั้นจะเพิ่มขึ้นมาด้วย

นี้เป็นครั้งแรกที่เขานั้นฝึกตนเองแทนการนอนหลับ ซึ่งแม้ว่ามันจะไม่ได้สบายเหมือนกับการนอนหลับ แต่เขากลับรู้สึกว่ามันให้พลังกับตัวเองมากกว่านอนหลับจริงๆเสียอีก

จากนั้นเขาก็เปิดประตูเพื่อรับอากาศอันบริสุทธิ์เข้ามาในห้อง ทำให้เขานั้นหายใจลึกๆอีกครั้ง ซึ่งหลังจากหายใจออกไปทำให้กลิ่นของเสียจากร่างกายของเขาที่ฝึกตนมาทั้งคืนนั้นออกไป และยิ่งทำให้เขานั้นรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้นไปอีก

ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำพูดของอาจารย์ท่านแรกที่บอกเขาเมื่อสองปีก่อนที่พวกเขาจะจากกันไปได้ว่า “ตอนนี้เจ้านั้นยังเป็นเพียงแค่เด็กเจ้าเล่ห์ ซึ่งยังห่างไกลที่จะเชี่ยวชาญจนเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก และที่สุดของความเจ้าเล่ห์นั้นคือเมื่อเจ้าออกอุบายอะไรแล้ว คนอื่นยังคิดว่าเจ้าคือสุภาพบุรุษที่ไร้ที่ติ ซึ่งเมื่อเจ้าเจอคนเจ้าเล่ห์ เจ้าต้องฉลาดกว่าพวกเขา และเมื่อเจ้าเจอสุภาพบุรุษ เจ้าต้องอ่อนโยนและสุภาพกว่าเดิม เมื่อทำเช่นนั้นได้แล้ว เจ้าจะกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์อย่างแท้จริง เป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์”

ในตอนนี้ โจว เว่ยชิงนั้นมีอายุได้เพียงแค่ 12 ปี และยังไม่เข้าใจความหมายของคำเหล่านั้น อย่างไรก็ตามจู่ๆเมื่อเขานั้นทำการฝึกตนจนเสร็จสิ้นแล้วเปิดประตูเพื่อรับอากาศในตอนเช้านั้น ก็มีความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้นมาเหมือนกับว่าเขานั้นเข้าใจในคำพูดนั้นอย่างท่องแท้

ในตอนที่เขานั้นเข้าใจความหมายของคำพูดเหล่านั้น โจว เว่ยชิงก็พูดกับตัวเองว่า “ใช่แล้ว!ข้านั้นไม่ได้เป็นเศษสวะดังเช่นเมื่อก่อนแล้ว ข้าก็ไม่จำเป็นต้องใช้กลอุบายง่ายๆเพื่อที่จะปกปิดตัวเองอีกต่อไป ข้าเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ ผู้ใช้อัญมณีสวรรค์คือใครงั้นเหรอ? ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ที่จะสามารถกลายเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่แท้จริงอย่างงั้นเหรอ?” ในตอนนี้เอง มันเหมือนกับว่าเขานั้นเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง อายุจิตใจของเขานั้นโตเกินไปกว่าอายุร่างกายของเขาไปแล้ว

ในช่วงเวลาที่เขานั้นกำลังบ่นกับตัวเองอยู่นั้น ประตูห้องข้างๆก็เปิดออก และซางกวน ปิงเอ้อนั้นก็เดินออกมาจากห้องนั้น ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่อง รูปร่างที่สวยงามของเธอนั้นก็ปรากฎต่อสายตาของโจว เว่ยชิงด้วยความสง่างาม

“สวยงามจริงๆ” โจว เว่ยชิงนั้นกล่าวชมเชยนางออกมา

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นมองไปรอบก่อนจะจ้องโจว เว่ยชิงด้วยสายตาที่เย็นชา แต่โจว เว่ยชิงก็ทำเพียงแค่ยิ้มเล็กก่อนจะพูดว่า “ท่านผู้บัญชาการกองพัน พวกเราไปหาของกินกันเถอะครับ”

หลังจากพูดเสร็จแล้ว เขาก็หันตัวและเดินออกจากห้องพักไปยังห้องอาหาร

ซางกวน ปิงเอ้อนนั้นหยุดนิ่งด้วยความประหลาดใจ ในช่วงขณะนั้นเองนางคิดว่านางจำผิดคน รอยยิ้มบนใบหน้าของโจว เว่ยชิงนั้นช่างเจิดจ้าด้วยจริงใจจนทำให้นางคิดว่านี้คือเจ้าอ้วนโจวจริงๆงั้นเหรอ?

ในช่วงเวลาอาหารนั้น โจว เว่ยชิงนั้นไม่ได้พูดอะไรกับซางกวน ปิงเอ้อเลยแม้แต่น้อย และรีบทานอาหารเช้าของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปหาฮูหยาง อ่าวบ่อและบอกกับอาจารย์ว่าเขาและซางกวน ปิงเอ้อนั้นจะออกไปข้างนอกซักพัก

ซึ่งเมื่อพวกเขานั้นออกไปจากบ้านพักแล้ว พวกเขาก็เดินทางไปยังตำหนักผนึกเวทย์ซึ่งอยู่ตรงกันข้าม เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขานั้นเข้าไปยังตำหนักผนึกเวทย์ ในตอนนี้ซางกวน ปิงเอ้อไม่อาจที่จะทนได้และถามโจว เว่ยชิงที่อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่สามก้าวว่า “เจ้าอ้วนโจว เจ้าไม่ได้เป็นอะไรแน่นะ?”

โจว เว่ยชิงจึงถามด้วยความสงสัย “ไม่ได้เป็นอะไร ข้าสบายดีมาก และข้าจะมีปัญหาอะไรได้?”

แน่นนอนว่าซางกวน ปิงเอ้อเองก็คงจะไม่ถามเขาว่า ทำไมเจ้าถึงไม่พูดอะไรแปลกๆกับข้าเลยล่ะ? ด้วยความสงสัยภายในจิตใจเธอ พวกเขาก็เข้าไปในตำหนักผนึกเวทย์อีกครั้ง

ด้วยตราสัญลักษณ์และเสื้อคลุมผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่พวกเขาได้รับเมื่อวานนั้น ทำให้พวกเขานั้นผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายได้จนถึงห้องโถงของตำหนักผนึกเวทย์

“ท่านผู้บัญชาการกองพัน ข้าอยากรู้ว่าข้าจะต้องทำอย่างไรบ้างในการผนึกเวทย์ของข้า” โจว เว่ยชิงถามซางกวน ปิงเอ้อ

ซางกวน ปิงเอ้อจึงพูดว่า “กฎของตำหนักผนึกเวทย์นั้นเรียบง่ายมาก นอกจากห้องที่เราลงทะเบียนกันไปเมื่อวานแล้ว ทางเข้าทั้ง 9 นั้นก็ตรงไปยังกรงขังสัตว์สวรรค์ต่างๆ ซึ่งพวกมันจะถูกแยกออกไปเป็นคุณสมบัติต่างๆคือ น้ำ,ไฟ,ดิน,ลม,แสง,ความมืด,มิติ,ชีวิต 8 คุณสมบัติ ส่วนทางเข้าสุดท้ายนั้นจะเป็นกรงขังของสัตว์สวรรค์ที่มีคุณสมบัติหรือทักษะที่พิเศษหรือเป็นเอกลักษณ์”

“ซึ่งกรงขังของแต่ละคุณสมบัตินั้น สัตว์สวรรค์ก็จะแบ่งเป็นสามระดับเหมือนกับผู้ใช้อัญมณีคือ ระดับผู้ฝึกหัด, ระดับผู้อาวุโส และระดับปรมจารย์ ซึ่งในเขตของระดับผู้ฝึกหัดนั้นจะเสียค่าลองในการผนึกเวทย์ครั้งละ 500 เหรียญทอง, ระดับผู้อาวุโสครั้งละ 2,000 เหรียญทองและระดับปรมจารย์ครั้งละ 10,000 เหรียญทอง”

โจว เว่ยชิงพยักหน้าและถามต่อว่า “มันมีอันตรายอะไรหรือไม่ขณะที่ทำการผนึกเวทย์อยู่?”

ซางกวน ปิงเอ้อกล่าวว่า “มันไม่ควรจะมีอันตรายอะไร เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมในคุณสมบัติทั้ง 8 จึงมี 4 คุณสมบัติที่เรียกว่าคุณสมบัติขั้นสูง? “

โจว เว่ยชิงส่ายหัวของเขา

ซางกวน ปิงเอ้อจึงพูดว่า “เพราะว่า 4 คุณสมบัติขั้นสูงนั้นมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของมันอยู่ อย่างเช่นสิ่งที่เจ้ารู้แล้วนั้นคือคุณสมบัติมิติที่สามารถทำให้เจ้านั้นกลายเป็นผู้สร้างศาสตราวุธ แต่สำหรับ 3 คุณสมบัติขั้นสูงอื่นๆนั้นอย่างเช่น แสงและความมืดนั้นมีความสามารถในการผนึก ส่วนคุณสมบัติชีวิตนั้นสามารถใช้การคืนชีพขึ้นมาได้ จึงทำให้คุณสมบัติทั้ง 4 นั้นมีชื่ออีกอย่างมาก 4 คุณสมบัติขั้นสูง”

“การผนึก? การคืนชีพ?”

ซางกวน ปิงเอ้อจึงบอกต่อไปว่า “สัตว์สวรรค์ที่ถูกจับอยู่ในกรงขังของตำหนักผนึกเวทย์ มักจะถูกผนึกโดยผู้ใช้อัญมณีคุณสมบัติแสงหรือความมืดที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ผู้ใช้อัญมณีนั้นผนึกเวทย์ของตัวเองได้โดยที่ไม่มีอันตราย สำหรับคุณสมบัติชีวิตที่มีความสามารถในการคืนชีพนั้นหาได้ยากกว่าผู้สร้างศาสตราวุธเสียอีกนอกจากนี้แล้วความสามารถในการคืนชีพนั้นยังมีโอกาสในการคืนชีพสำเร็จด้วย”

โจว เว่ยชิงพูดตอบว่า “ถ้าพวกมันถูกผนึกไว้ นั้นหมายความว่าข้าสามารถเลือกสัตว์สวรรค์ระดับปรมจารย์มาทำการผนึกเวทย์ก็ได้งั้นเหรอ? แล้วมันมีความต่างอย่างไรกับการผนึกเวทย์ของสัตว์สวรรค์ระดับต่างๆ?”

ซางกวน ปิงเอ้อจึงตอบว่า “โดยทั่วไปแล้ว เจ้าจะสามารถผนึกเวทย์สัตว์สวรรค์ได้เฉพาะที่อยู่ในระดับเดียวกัน เพราะถ้าเจ้าผนึกเวทย์ของสัตว์สวรรค์ระดับผู้อาวุโสแล้วล่ะก็ อัตราความสำเร็จของมันก็เป็นเพียงแค่ 1 เปอร์เซนต์จากอัตราการผนึกเวทย์ที่สำเร็จของสัตว์สวรรค์ระดับผู้ฝึกหัด ซึ่งมีโอกาสที่น้อยมากๆ ในทำนองเดียวกัน ถ้าเจ้าจะผนึกเวทย์ของสัตว์สวรรค์ระดับปรมจารย์แล้วล่ะก็ อัตราความสำเร็จนั้นจะไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ด้วยซ้ำ

“ซึ่งอันที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะผนึกเวทย์จากสัตว์สวรรค์ระดับไหน เมื่อเวทย์นั้นถูกผนึกลงในอัญมณีธาตุแล้วที่ระดับต่ำที่สุดก็ตาม แต่มันก็จะพัฒนาขึ้นเมื่ออัญมณีธาตุของเราเพิ่มขึ้น แต่ว่าเวทย์ที่หาได้ยากนั้นมักจะมีอยู่แค่เฉพาะสัตว์สวรรค์ระดับสูง ตัวอย่างเช่นความสามารถในการคืนชีพของผู้ใช้อัญมณีคุณสมบัติชีวิตนั้นต้องการเป็นจำนวนมาก นั้นจะเจอได้ก็เฉพาะสัตว์สวรรค์ระดับปรมจารย์เท่านั้น”

จู่โจว เว่ยชิงก็พูดโพล่งมาว่า “ข้าเข้าใจ ท่านผู้บัญชาการกองพัน คุณต้องการที่จะเข้าไปพร้อมกันไหม? “

ซางกวน ปิงเอ้อส่ายหัวของเธอ “ข้าไม่ได้วางแผนที่จะผนึกเวทย์ในตอนนี้ พวกเรามีเงินไม่พอ เจ้าลองวิธีที่เจ้าพูดถึงเมื่อวานก่อนเถอะ กฎของที่นี่นั้นง่ายมาก ตราบใดที่เจ้าเข้าไปในกรงขังแล้ว เจ้าต้องจ่ายเงิน และเมื่อเจ้าเข้าไปแล้ว เจ้าจะอยู่ได้ไม่เกินกว่า 4 ชั่วโมง และทุกคนจะสามารถทำการผนึกเวทย์ได้แค่วันละ 1 ครั้ง ซึ่งถ้าหาต้องการจะไปอีกครั้งในวันถัดไป เจ้าต้องจ่ายเงินใหม่อีกครั้ง

โจว เว่ยชิงหยุดสักครู่ก่อนที่จะพูดว่า “ท่านผู้บัญชาการกองพันได้โปรดให้ข้ายืนเงินซัก 10,000 เหรียญทองได้หรือไม่ ข้าจะคืนให้ท่านอย่างแน่นอน”

ซางกวน ปิงเอ้อพูดด้วยความตกใข “นี้เจ้าต้องการที่จะ …… “

โจว เว่ยชิงยิ้ม “ข้าคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์กับสัตว์สวรรค์ระดับปรมจารย์ในตอนนี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับข้า ข้าจะคืนเงินให้กับท่านในอนาคต”

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นเงียบไปสักพักก่อนที่จะหยิบการ์ดสีแดงออกมาจากหน้าอกของเธอและส่งให้โจว เว่ยชิง “ในนี้มีเงินอยู่ 50,000 เหรียญทอง เจ้าไปลองดู ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว การ์ดใบนี้น่าจะพอให้เจ้าได้ลองถึง 5 ครั้งและในอนาคตเจ้าต้องคืนเงินให้แก่ข้า 50,000 เหรียญทองด้วย เจ้าต้องการให้ข้ารอเจ้าไหม? “

“ไม่เป็นไร ผู้บัญชาการกองพัน ท่านควรจะกลับไปพร้อมกับหลอมรวมศาสตราวุธของท่านต่อไป” โจว เว่ยชิงนั้นรู้ดีว่านี้คือการ์ดเก็บเงิน ซึ่งการ์ดสีแดงนั้นจะมีจำนวนเงินสูงสุดที่ 50,000 เหรียญทอง โจว เว่ยชิงไม่ได้พูดอะไรอีกเลยหลังจากที่ได้รับการ์ดใบนี้มา และเดินไปยังทางเข้าที่นำไปสู่เขตกรงขังสัตว์สวรรค์คุณสมบัติธาตุลม


ตอนก่อนหน้านี้ Sponsor ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
Advertisements