HJC เล่ม 2 ตอนที่ 9.4

ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป

ตอนที่ 9 ธนูรุ่งอรุณสีม่วง (4)

หลังจากจบเรื่องซางกวน ปิงเอ้อนั้นรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นไม่ได้มาจากพรสวรรค์ของโจว เว่ยชิงแต่ความสามารถเหล่านี้นั้นมาจากวิชาสำหรับคนบ้าที่อยากจะตายนั้นคือวิชาเทพอมตะ ซึ่งทำให้เขานั้นเชี่ยวชาญทักษะพื้นฐานของผู้ใช้อัญมณีสวรรค์อย่างง่ายดาย

โจว เว่ยชิงนั้นเห็นซางกวน ปิงเอ้อจ้องมาที่เขาด้วยความงุนงงในความสามารถทำให้เขานั้นค่อยๆขยับตัวเขาไปก่อนจะยิ้มและพูดว่า “ท่านผู้บัญชาการ ข้ารู้ดีว่าข้านั้นมันขั้นเทพ แต่ถ้าท่านยังจ้องข้าอยู่แบบนี้ ข้าก็รู้สึกอายเหมือนกัน”

ซางกวน ปิงเอ้อก็ตื่นขึ้นมาจากภวังค์ก่อนจะหน้าแดงก่ำด้วยความอายและเตะที่ก้นของโจว เว่ยชิงก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นว่า “เจ้าอ้วนโจว เจ้ารู้ไหมว่าข้านั้นรอเวลาจะอัดเจ้ามานานแค่ไหนแล้ว…”

ทันใดนั้นโจว เว่ยชิงก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขานั้นคืออะไร ทำไมซางกวน ปิงเอ้อถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ด้วยความเร็วที่เหมือนสายลมของเธอ โจว เว่ยชิงนั้นไม่ได้ทันตั้งตัวและโดนอัดด้วยความเกรี้ยวกราด

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย”

………

หลังจากนั้นไม่นานโจว เว่ยชิงของเราก็ลงไปนอนกองกับพื้นราวกับกุ้งที่คดตัวเพราะถูกต้ม นอกจากนี้เขายังส่งเสียงครวญครางและสั่นไปทั้งตัว โจว เว่ยชิงตอนนี้นั้นดูหน้าสงสารเหมือนกับคนใกล้ตาย

ซางกวน ปิงเอ้อมองไปที่เจ้ากะล่อนนี้ แม้ว่าเธอนั้นจะชกเขาไม่กี่ที แต่ด้วยการแสดงที่สมบทบาทอย่างมากนั้น ทำให้เธอนั้นหยุดมือแม้ว่าจะรู้ดีว่ามันเป็นการแสดงก็ตาม

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นหัวเราะออกมาก่อนจะบอกว่า “หยุดแสดงได้แล้วเจ้าบ้า ถ้ายังไม่หยุดล่ะก็เจอของจริงแน่”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นโจว เว่ยชิงของเราที่เหมือนคนใกล้ตายนั้นก็ตีลังกาจากพื้นยืนขึ้นมาอย่างทันที แม้ว่าใบหน้านั้นจะมีรอยช้ำอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็เห็นได้ชัดเลยว่าเขานั้นไม่เป็นอะไร ด้วยการที่ถูกอัดมาตั้งแต่เด็กทำให้ร่างกายของเขานั้นทนทานมากกว่าคนทั่วไปจนหาใครมาเทียบมิได้ ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ทะเลสาบแก้ววสันต์และไปเจอกับไดฟุย่านั้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าเธอนั้นจะกล้าใช้อัญมณีธาตุโจมตีใส่เขาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นทำให้เขารู้ว่าไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนก็ห้ามลดการป้องกันตัวเด็ดขาด การโจมตีนั้นได้มอบบทเรียนที่มีคุณค่าที่สุดให้กับโจว เว่ยชิง

ซางกวน ปิงเอ้อจ้องมองมาที่เขาก่อนจะพูดว่า “ใครสั่งให้เจ้านั้นหักธนูรุ่งอรุณสีม่วงนั้น? เจ้ารู้ไหมว่าธนูนั้นมีค่ามากแค่ไหน? เสี่ยว ซี่นั้นแพ้พนันเจ้าแล้ว เจ้าน่าจะเก็บมันไว้ใช้” เนื่องจากเธอนั้นเป็นสามัญชนจึงมีเงินทองไม่มากมายนัก เมื่อเห็นธนูรุ่งอรุณสีม่วงที่พังอยู่เธอก็รู้สึกเสียดายอย่างมาก

โจว เว่ยชิงส่ายหัวและพูดอย่างหยิ่งว่า “ข้าไม่อยากได้ธนูนั้นมาทำให้มือข้าสกปรก แค่มองดูแว๊บเดียวก็รู้แล้ว่าเจ้าบ้านั้นไม่ใช่คนดีแน่ๆ แม้ว่ามันจะไม่หัก ข้าก็คนเก็บไว้เป็นเพียงแค่ของสะสมของข้า แต่ว่าเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมของท่าน ข้าก็รู้สึกมีพลังขึ้นมาทันที”

เมื่อได้ยินเช่นั้นซางกวน ปิงเอ้อก็กำหมัดของเธอ “เจ้าอยากจะโดนอีกใช่ไหม?”

โจว เว่ยชิงนั้นก็หงอตัวลงจ้องไปทีเธอก็จะบ่นว่า “ไหนท่านพูดว่าจะละเว้นข้าวันนี้ไง? แต่ถ้าท่านอยากจะอัดข้าล่ะก็ เอาเลยข้ายอม”

ซางกวน ปิงเอ้อตระหนักได้ว่าเธอนั้นรับมือกับเจ้าบ้านี้ยากขึ้นทุกวัน เธอนั้นไม่สามารถที่จะตัดสินความคิดแบบคนปกติได้กับเจ้าบ้านี้ ความเจ้าเล่ห์ของเขานั้นอยู่อีกระดับ

“พอได้แล้ว ในเมื่อเจ้าสามารถเชื่อมพลังสวรรค์ได้แล้วล่ะก็ อัญมณีธาตุของเจ้านั้นมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?”

ทันทีที่พูดถึงเรื่องผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ขึ้นมา โจว เว่ยชิงนั้นก็เปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังทันที และพูดว่า “หลังจากที่ข้าให้พลังสวรรค์นั้นหลอมรวมกับอัญมณีธาตุ ข้าก็เห็นแสงหลายสี เมื่อเพ่งสมาธิไปทีสีไหน ข้าก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกาย ข้านั้นมีด้วยกันทั้งหมด 5 สี และถ้าคาดเดาไม่ผิดล่ะก็มีสีเขียวที่เป็นคุณสมบัติธาตุลม สีฟ้าคุณสมบัติธาตุสายฟ้า สีดำคุณสมบัติความมืด และสีเงินคุณสมบัติมิติ ส่วนสุดท้ายนั้นเป็นสีเทา เมื่อข้าเพ่งสมาธิไปที่มันข้ารู้สึกถึงความกระหายเลือดและแรงอาฆาต ซึ่งมันดูดพลังสวรรค์ของข้าอย่างมาก ซึ่งมัันแปลกมากๆ ข้าเลยให้ชื่อชั่วคราวมันว่า คุณสมบัติปีศาจ” เขานั้นไม่ได้พูดถึงคุณสมบัติสุดท้ายของเขาเพราะ เขานั้นยังไม่เชื่อใจซางกวน ปิงเอ้อซะทีเดียวแต่เขาก็มั่นใจว่าซางกวน ปิงเอ้อนั้นก็ไม่มีความรู้เรื่องคุณสมบัตินี้เช่นกัน

เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาซางกวน ปิงเอ้อก็หดเล็กลงและบ่นในใจว่า “ข้าไม่เข้าใจสวรรค์เลยว่าทำไมเจ้าบ้านี้ถึงมีคุณสมบัติธาตุดีๆเยอะอย่างนี้ นอกจากนี้เพราะเจ้าบ้านี้ ข้าก็เลย…..”

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นส่ายหัวของเธอเพื่อที่จะหยุดคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นและเธอนั้นรู้สึกว่าเธอนั้นมองเจ้าอ้วนโจวนั้นแตกต่างออกไป

“ตามข้ามา” เมื่อพูดจบเธอก็สะพายธนูรุ่งอรุณสีม่วงที่หลังและซองลูกศรของชุดก่อนจะเดินออกไป

โจว เว่ยชิงก็ทำตามคำสั่งของเธอออกจากเต็นท์ไปยังนอกค่าย เมื่อทันสองออกมาซางกวน ปิงเอ้อก็หันไปบอกว่า “ใช้คุณสมบัติธาตุลมของเจ้าซะ”

“จะให้ข้าใช้มันยังไง” โจว เว่ยชิงนั้นถามด้วยความสงสัย

ซางกวน ปิงเอ้อจึงกล่าวว่า “เจ้าตั้งสมาธิก็วงล้อไปที่สีเขียว”

จากนั้นโจว เว่ยชิงก็ปลอดปล่อยอัญมณีสวรรค์ออกมา จากนั้นเขาก็ค่อยๆส่งพลังสวรรค์ไปยังอัญมณีธาตุ ทันใดนั้นก็มีวงล้อ 6 สีปรากฎขึ้นมาจากนั้นเขาก็เพ่งสมาธิไปยังส่วนสีเขียว ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงร่างกายที่เบาขึ้น ราวกับว่าเป็นขนนกที่ลอยได้ซึ่งมันทำให้เขานั้นรู้สึกสบายมาก ในคุณสมบัติของอัญมณีธาตุของเขานั้น นี้คือคุณสมบัติที่กินพลังสวรรค์ของเขาน้อยที่สุด ในขณะที่เขานั้นใช้งานอัญมณีธาตุอยู่ พลังน้ำวนที่จุดตายทั้งสี่นั้นก็ค่อยๆเพิ่มความเร็วในการดูดซับพลังสวรรค์จากรอบตัวขึ้น

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นรอโจว เว่ยชิงใช้อัญมณีธาตุของเขา ซึ่งมันใช้เวลาประมาณสองนาทีทันใดนั้นเธอก็เห็นออร่าสีเขียวเริ่มที่จะคลุมตัวโจว เว่ยชิงก่อนที่เธอจะเริ่มเคลื่อนไหวโดยปลดปล่อยอัญมณีลมของเธอ และนำโจว เว่ยชิงไปด้วยความเร็วสูง

นี้เป็นครั้งแรกที่โจว เว่ยชิงนั้นใช้ทักษะของอัญมณีธาตุและมันทำให้เขานั้นรู้สึกตัวเบาจนแทบไม่ต้องใช้แรงเลย เพียงแค่สัมผัสพื้นเบาๆ ตัวเขาก็พุ่งลอยไปถึง 3 – 4 เมตรแล้ว วิธีนี้นั้นช่วยให้เพิ่มความเร็วมากกว่าปกติหลายเท่าและยังลดการใช้แรงด้วย

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนมากมายถึงต้องการที่จะเป็นผู้ใช้อัญมณี พลังของพวกเขานั้นน่าอัศจรรย์จริงๆ! เมื่อโจว เว่ยชิงนั้นสังเกตุถึงการเปลี่ยนแปลงที่คุณสมบัติธาตุลมสร้างให้กับเขา เขานั้นก็อดตกใจไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็สามารถรู้ได้ถึงความแตกต่างระหว่างความสามารถของเขากับซางกวน ปิงเอ้อ เธอนั้นสามาถใช้อัญมณีธาตุได้ในทันทีโดยที่ไม่ต้องใช้เวลานานในการเตรียมตัวซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการ

หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินทางออกหากจากค่ายทหารไปเกือบสิบไมล์จนถึงบริเวณชานเมืองเมืองธนูสวรรค์ที่ป่าดารา

“ปิงเอ้อ นี้เจ้าคงไม่คิดจะฆ่าปิดปากข้าใช่ไหม ถึงมาที่ห่างไกลขนาดนี้?” โจว เว่ยชิงนั้นพูดติดตลกพร้อมกับหัวเราะไปในขณะที่เขานั้นกำลังตามซางกวน ปิงเอ้ออยู่


ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป