HJC เล่ม 2 ตอนที่ 8.3

ประกาศแก้คำ :

ชางกวน บิงเอ้อ => ซางกวน ปิงเอ้อ

คุณสมบัติ ทั้ง 4 ที่ประกอบด้วย แสง ความมืด ชีวิต และมิติ จะแทนว่า คุณสมบัติพิเศษ นะครับ


ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป


ตอนที่ 8 ความลึกลับของวิชาเทพอมตะ (3)

โจว เว่ยชิงก็เห็นแสงสว่างวาบขึ้นมาต่อหน้าเขาและภาพรอบๆตัวเขาก็เบลอขึ้นมา ซึ่งแสงที่สว่างวาบขึ้นมานั้นก็มาจากอะเลกซานไดรต์ตาแมวของเขานั้นเอง เนื่องจากมันช่วงกลางคืนและอัญมณีของเขานั้นตอนนี้มีสีแดง ทำให้แสงที่ประกายของมานั้นทำให้ทั่วทั้งเต็นท์นั้นกลายเป็นสีแดงทั้งหมด ในขณะเดียวกันก็มีภาพกงล้อปรากฎขึ้นมาต่อหน้าโจว เว่ยชิง ซึ่งกงล้อนั้นประกอบด้วย 6 ส่วนและมันจะลอยอยู่ต่อหน้าเขาตลอดเวลาไม่ว่าเขาจะหันมองไปทางไหนหรือขยับตัวอย่างไร และเมื่อเขายกมือขึ้นมาเพื่อจะแตะมัน เมื่อของเขาก็ทะลุผ่านกงล้อนั้นไป

หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง และโบกมือไปมาต่อหน้าตาของเขาก็ยังสามารถเห็นกงล้อนั้นอยู่ จนในที่สุดเขาก็รู้ว่ามันไม่ได้อยู่บนโลกแห่งนี้แต่เป็นภาพที่ปรากฎในสายตาของเขา และมีแค่เขาเท่านั้นที่มองเห็น

กงล้อทั้ง 6 ส่วนนั้นแต่ละส่วนก็มีสีที่แตกต่างกัน คือมี สีเขียว, สีฟ้า, สีเงิน, สีดำ, สีเทาและ ไม่มีสี เมื่อเขานั้นเพ่งสมาธิไปที่ส่วนไหน กงล้อนั้นก็จะมุมขวาไปเรื่อยๆจนกระทั่งส่วนนั้นเคลื่อนไปถึงข้างบน

จากนั้นก็มีความรู้สึกที่แปลกประหลาดเกิดขึ้น เมื่อโจว เว่ยชิงนั้นตั้งสมาธิไปยังส่วนสีเขียว เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของนั้นรู้สึกเบาขึ้นราวกับขนนก ซึ่งมันเหมือนกับว่าเขาจะสามารถบินได้ เมื่อยกมือซ้ายขึ้นมา เขาก็เห็นออร่าสีเขียวระหว่างนิ้วของเขา ซึ่งโจว เว่ยชิงคิดว่านี้คือคุณสมบัติธาตุลมซึ่งเหมือนกับซางกวน ปิงเอ้อ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่โจว เว่ยชิงนั้นไม่รู้ก็คือว่าการที่ซางกวน ปิงเอ้อนั้นกลายเป็นเครื่องสังเวยสำหรับการตื่นขึ้นของอัญมณีสวรรค์ของเขานั้นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก และนับว่าโชคดีที่อัญมณีของเธอนั้นมีคุณสมบัติธาตุลม เพราะถ้าซางกวน ปิงเอ้อนั้นไม่ได้มีอัญมณีที่มีคุณสมบัติธาตุที่ตรงกับของเขาแล้วละก็ เธอจะถูกพลังสวรรค์ในตัวของโจว เว่ยชิงที่ปลดปล่อยออกมานั้นระเบิดตัวของเธอนั้นออกมาเป็นชิ้นๆไปแล้ว

และเมื่อเขาลงหมุนส่วนที่เป็นสีฟ้าเขาก็รู้สึกชาราวกับโดนฟ้าผ่าออกมา จากนั้นแสงสีเขียวอ่อนที่มือซ้ายก็แทนทีด้วยไฟฟ้าสีฟ้าพันรอบมือ จนทำให้ทั้งเต็นท์นั้นประกายไปด้วยไฟฟ้า โจว เว่ยชิงกระพริบตาคิดกับตัวเองว่านี้คุณสมบัติที่สองของข้าคือไฟฟ้า มันมีอัญมณีธาตุนี้ด้วยงั้นหรือ? ทำไมข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน ดูเหมือนว่าข้ามีเรื่องที่จะต้องถามซางกวน ปิงเอ้ออีกแล้วสินะพรุ่งนี้

จากนั้นเขาก็หมุนวงล้อเปลี่ยนไปยังส่วนสีเงิน ทันใดนั้นอาการชาและประกายไฟฟ้าก็หายไปจากเต็นท์และแทนทีด้วยแสงสีเงินที่นุ่มนวลดูมั่นคง แต่น่าแปลกที่แสงสีเงินนี้ไม่เพียงแค่ห่อหุ้มที่มือของเขา แต่มันหุ่อหุ้มไปทั่วทั้งร่างของเขา นอกจากนี้ดูเหมือนว่าเมื่อกงล้อเลื่อนมายังส่วนนี้แล้วมันจะดูดกลืนพลังสวรรค์ของเขามากกว่าก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตามเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคือคุณสมบัติอะไร เมื่อเขาไม่รู้ ดังนั้นเขาจึงตั้งชื่อว่า คุณสมบัติที่ไม่ทราบไว้ก่อน…

จากนั้นเขาก็เลือกไปยังส่วนที่ 4 คือสีดำ ซึ่งไม่ต้องถามเลยว่ามันคือคุณสมบัติธาตุความมืดที่ได้รับการสืบทอดมาจากพ่อของเขา ออร่าที่มืดมดนั้นแผ่ออกไปทั่วทั้งเต็นท์ ทำให้เขานั้นไม่สามารถเห็นได้แม้กระทั่งมือของตัวเอง และพลังสวรรค์ที่ถูกดูดกลืนนั้นก็เทียบเท่ากับคุณสมบัติสีเงินก่อนหน้านี้

โจว เว่ยชิงจึงตระหนักได้ว่าคุณสมบัติที่ไม่ทราบก่อนหน้านี้นั้นคืออะไร เนื่องจากว่าความมืดนั้นคือหนึ่งในสี่ คุณสมบัติพิเศษ และทั้งสองนั้นดูดกลืนพลังสวรรค์ของเขาในปริมาณที่เท่ากันดังนั้นคุณสมบัติที่เขานั้นไม่ทราบก่อนหน้านี้ก็น่าจะที่เป็น หนึ่งในสี่คุณสมบัติพิเศษ นอกจากความืดแล้วมันยังมีอีกสามคุณสมบัตินั้นคือ แสง ชีวิต และมิติ แต่ดูเหมือนว่าแสงเงินนั้นน่าจะไม่ใช่คุณสมบัติแสงเพราะแสงกับความมืดนั้นเป็นคุณสมบัติตรงกันข้ามกัน นอกจากนี้มันดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คุณสมบัติชีวิตอีกด้วย เมื่อตัดตัวเลือกทั้งหมดแล้วจึงเหลือเพียงแค่คุณสมบัติมิติ

จาก 4 คุณสมบัติพิเศานั้นเขาได้ครอบครองมันถึง 2 คุณสมบัติ มันทำให้โจว เว่ยชิงนั้นรู้สึกดีขึ้นมาก เพียงแค่คุณสมบัติธาตุลมและไฟฟ้าก็ทำให้เขานั้นแข็งแกร่งมากแล้ว เขายังมีคุณสมบัติอื่นๆอีก 2 ชนิด

เมื่อหมุนกงล้อไปยังส่วนที่ 5 เมื่อมาจึงส่วนนั้น โจว เว่ยชงิหยุดมันเพียงแค่ชั่วขณะก่อนที่จะรีบเลือกไปอีกส่วนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากว่าเมื่อเขานั้นเลื่อนยังยังส่วนที่ 5 ไอเย็นเยือกที่เกิดขึ้นกับเขาก็ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับความกระหายเลือดและอารมณ์ลบต่างๆ ที่ค่อยๆกัดกินจิตใจของเขาอย่างรวดเร็ว จนเกือบทำให้เขานั้นเสียสติ

และเมื่อเขานั้นเลื่อนไปยังส่วนที่ 6 ทันใดนั้นพลังสวรรค์ของเขาทั้งหมดก็ถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น  โจว เว่ยชิงนั้นรู้สึกหน้ามืดทันทีและความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้าใส่ร่างกายของเขา ก่อนที่ภาพกงล้อของเขาจะหายไป และแสงจากอะเลกซานไดรต์ตาแมวก็ค่อยๆดับลง

โจว เว่ยชิงนั้นหอบอย่างหนักและเกิดความกลัวขึ้นมาในใจของเขา คุณสมบัติก่อนหน้านี้ทั้งหมดนั้นมันปกติดีทุกอย่าง แต่สองอย่างสุดท้ายนั้นมันเกิดอะไรขึ้น? คุณสมบัติที่ 5 นั้นยังสามารถพอจะเข้าใจว่ามันคือออร่าของความชั่วร้ายและความกระกายเลือดซึ่งมันน่าจะเป็น คุณสมบัติปีศาจ แต่คุณสมบัติสุดท้ายนั้นละ ทำไมมันถึงดูดกลืนพลังสวรรค์ของเขาทั้งหมดเพียงแค่ชั่ววินาทีเดียวที่เลื่อนไปถึงส่วนนั้น

จากนั้นน้ำวันทั้ง 4 ที่จุดตายต่างๆที่ถูกเขาทะลวงไว้นั้นก็ค่อยๆดูดซับพลังสวรรค์จากอากาศรอบๆตัวทดแทนส่วนที่หายไป ทำให้อาการของเขาดีขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากที่เขาสงบสติอารมณ์ของเขาได้และพยายามที่จะวิเคราะห์ว่าคุณสมบัติที่หกของเขานั้นคืออะไร แม้ว่าเขาจะไม่สามารถรู้ได้ว่ามันคืออะไรแต่อย่างน้อยเขายังรู้ว่ามันมีอยู่แน่ๆ

อะเลกซานไดรต์ตาแมวนั้นเป็นอัญมณีธาตุที่หาได้ยากเพราะผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นจำเป็นต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย 4 ชนิดขึ้นไป แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขารู้สึกว่ามันมีลักษณะที่คล้ายๆกับคุณสมบัติมิติ แต่มันก็ยังไม่แน่ชัดมาก อย่างไรก็ตามมีความจริงอย่างหนึ่งที่เขารู้นั้นก็คือมันใช้พลังสวรรค์อย่างมาก ซึ่งเกิดจากว่าพลังสวรรค์ของเขาตอนนี้ไม่สูงมาพอที่จะใช้พลังหรือความสามารถของมันได้ในตอนนี้

เมื่อคิดได้เช่นนั้นโจว เว่ยชิงก็รู้สึกสงบใจมากขึ้น เพราะการมีพลังสวรรค์นั้นไม่เพียงพอนั้นเป็นเพียงแค่ปัญหาชั่วคราวไม่ใช่ปัญหาตลอดไปตามเท่าที่เขานั้นพลังคงฝึกฝนและฝึกตนอย่างหนักมาพอและสามารถที่จะผ่านระดับต่างๆ ตามวิชาเทพอมตะได้สักวันเขาต้องสามารถใช้มันได้อย่างแน่นอน


ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป

Advertisements