HJC เล่ม 2 ตอนที่ 13.4

ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป

ตอนที่ 13 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน (4)

โจว เว่ยชิงรู้สึกกลัวอย่างมาก เกิดอะไรขึ้นกันแน่? และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไม่สามารถที่จะหยุดอะไรได้เลย

หลังจากผ่านไปได้สามวินาที กงล้อสีทั้งหกในตาของโจว เว่ยชิงนั้น สีดำซึ่งแสดงถึงคุณสมบัติความมืดและสีเทาที่แสดงถึงคุณสมบัติปีศาจนั้นก็ทับซ้อนกัน จนเกิดความรู้สึกแปลกไปทั่วร่างโจว เว่ยชิงพร้อมกับภาพเสือดำติดปีกประหลาดนั้นก็ปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับอ้าปากกว้างราวกับว่าจะกลืนกินบางสิ่ง

แต่มีสิ่งหนึ่งที่โจว เว่ยชิงไม่ได้ทันสังเกตุเห็นนั้นคือรอยสักดำเทานั้นเริ่มแพร่ขยายจากไหล่ขวาของเขาล่ามไปถือข้อมือขวาอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธที่กลืนกินพลังสวรรค์ของเขาก็หยุดลง และจากนั้นโจว เว่ยชิงก็รู้สึกว่าจุดชีพจรไท่หยวนซึ่งเป็นหนึ่งในสี่จุดตายที่ถูกเขานั้นทะลวงไว้ก็กลืนกินแสงจากคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธเข้าไปทันที

เนื่องจากแสงสว่างจากคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธทำให้เฟ่ย หยู่นั้นไม่เห็นรอยสักสีดำบนแขนโจว เว่ยชิงที่หายไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็เห็นตอนที่คัมภีร์ผนึกศาสตราวุธนั้นถูกดูดกลืนเข้าไปในอัญมณ๊กายของโจว เว่ยชิงและทำให้เขานั้นตกใจจนอ้าปากค้าง

จากนั้นความรู้สึกที่เต็มอิ่มจนไม่สามารถอธิบายได้ก็ปรากฎขึ้นภายในจิตใจของโจว เว่ยชิง หลังจากกงล้อ 6 สีที่เคยถูกแสงของคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธกลืนกลิ่นก็ค่อยๆ กลับกลายเป็นสภาพเดิม โจว เว่ยชิงนั้นรู้สึกว่าอัญมณีกลายของเขานั้นมีชีวิตขึ้นมาพร้อมกับพลังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณอันแรงกล้า

ก่อนที่โจว เว่ยชิงจะโห่ร้องออกมา พร้อมกับพลังสวรรค์ที่เหลือ 1 ใน 3 ของเขาก็ถูกดูดเข้าไปที่อัญมณีกายหยกน้ำเข็ง พลังออร่าที่รุนแรงก็ประทุออกจากข้อมือของเขาและจากนั้นอัญมณีกลายก็แยกออกจากข้อมือลงบนฝ่ามือของเขา

เมื่อโจว เว่ยชิงกำมือจับอัญมณีกายของเขาไว้อย่างแน่นหนา ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างเปล่งออกมาเป็นสองทางจากฝ่ามือของเขา จนเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นคันธนูยาว 1.5 เมตร ซึ่งไร้สายธนูในมือของเขา

เมื่อเทียบกับภาพก่อนหน้านี้แล้ว คันธนูนี้นั้นแสดงถือตัวตนบนโลกแห่งความจริง ทั่วทั้งคันธนูนั้นถูกสลักโดยหยกน้ำเข็ง พร้อมกับเปล่งแสงสวยงามพร้อมกับไอเย็นที่ปล่อยออกมา พร้อมกับรูปร่างที่เพรียวดูเหมือนกับสัตว์ร้ายที่ปล่อยออร่าที่เหมือนกับมันอยู่เหนือทุกสิ่งบนโลก

เมื่อโจว เว่ยชิงยกคันธนูจักรพรรดิ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างมันและแขนของเขา ซึ่งทำให้เขานั้นตกหลุมรักคันธนูนี้ทันที แม้ว่าก่อนหน้านี้นั้นเขาจะเคยชอบคัมภีร์ศาสตราวุธของโล่เต่าทมิฬ แต่เมื่อได้รวมกับคัมภีร์ศาสตราวุธคันธนูจักรพรรดิแล้ว ในใจก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความพอใจ

“ผู้อาวุโส ทำไมคันธนูนี้ถึงไม่มีสายธนูล่ะ” โจว เว่ยชิงนั้นมองไปยังคันธนูจักรพรรดิด้วยความสงสัย

เฟ่ย หยู่ก็พูดด้วยความตกใจเล็กน้อย “เจ้าต้องถ่ายทอดพลังสวรรค์ของเจ้าลงไป ถ้าเจ้านั้นเพิ่งมีพลังสวรรค์ขั้นที่ 4 เจ้าต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีกว่าจะสร้างรูปร่างของคันธนูขึ้นมาได้ และแม้แต่สายธนูนั้นก็ต้องใช้พลังสวรรค์ของเจ้านั้นสร้างรูปร่างขึ้นมา”

โจว เว่ยชิงก็เข้าใจทันที “ข้าเข้าใจแล้ว ข้านั้นมีพลังสวรรค์ไม่เพียงพอในการสร้างสายธนูขึ้นมา เอาล่ะ ข้าจะลองใหม่อีกครั้งคราวหลัง” จากนั้นเขาก็ดึงพลังสวรรค์กลับไป จากนั้นคันธนูจักรพรรดิก็หายไปเป็นหยกน้ำเข็งแล้วกลับไปที่ข้อมือของเขาอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม อัญมณีกายของเขานั้นไม่ได้สว่างไสวเหมือนดั่งเช่นก่อนหน้านี้เพราะว่าโจว เว่ยชิงนั้นเหลือพลังสวรรค์นั้นไม่มากแล้ว

“ดูเหมือนว่าการหลอมรวมอัญมณีกายกับคัมภีร์ศาสตราวุธจะไม่ได้ยากอย่างที่คิด และดูเหมือนว่าข้าจะทำสำเร็จได้ในครั้งเดียว “ โจว เว่ยขิงนั้นพูดด้วยความพอใจก่อนจะเก็บอัญมณีกายของเขา

“เจ้าเด็กนี้ เจ้าเป็นมนุษย์จริงๆใช่ไหม” เฟ่ย หยู่ถอนหายใจออกก่อนจะมองที่โจว เว่ยชิงด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

โจว เว่ยชิงจึงมองที่เฟ่ย หยู่ด้วยตาที่เปล่งประกาย “ผู้อาวุโส ท่านว่าคนอื่นแบบนี้ได้อย่างไร”

เฟ่ย หยู่กล่าวด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น “ข้าไม่ได้ว่าเจ้า แต่ยกย่องเจ้าต่างหากล่ะ เจ้าคิดจริงๆเหรอว่าการหลอมรวมอัญมณีกายกับคัมภีร์ศาสตราวุธนั้นง่ายเช่นนั้น? แม้ว่าเขาจะศาสตราวุธในอัญมณีทั้งเก้าจนครบแล้ว แต่ข้าก็ไม่เคยคิดเลยว่าการหลอมรวมอัญมณีกายกับคัมภีร์ศาสตราวุธนั้นง่ายเลยซักครั้ง ซึ่งเหตุผลที่แฟนของเจ้านั้นพาเจ้ามาหาตาแก่ฮูหยาง เพราะว่าคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธที่สร้างจากระดับปรมจารย์นั้นรับประกันว่าเจ้าหลอมรวมได้สำเร็จอย่างแน่นอน แม้ว่ามันจะมีราคาแพงมากก็ตาม แม้ว่าจะมีโอกาส หนึ่งในร้อยแต่มันก็ถือว่ามีการรับประกัน แต่ข้านั้นไม่เคยเห็นใครแบบเจ้ามาก่อนเลยว่าที่จะสามารถหลอมรวมอัญมณีกายกับคัมภีร์ศาสตราวุธด้วยคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธเพียงชิ้นเดียว นอกจากนี้ มันยังเป็นครั้งแรกที่เจ้าใช้คัมภีร์ผนึกศาสตราวุธด้วย นี้มันเกินกว่าความรู้ที่ข้ามีเกี่ยวกับการหลอมรวามอัญมณีกายกับคัมภีร์ศาสตราวุธ “

โจว เว่ยชิงก็คิดแล้วเข้าใจอย่างรวดเร็ว เพราะเขาคิดว่าที่เขาสามารถที่ทำมันได้สำเร็จอย่างง่ายได้ก็เราะว่าคุณสมบัติทั้งหกของเขาและโดยเฉพาะพื้นที่สีดำและเทาที่ทับซ้อนกัน แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยความรับของเขา ก่อนจะยิ้มและพูดว่า “ท่านพูดไม่ใช่เหรอว่าคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธของผู้อาวุโสฮูหยางนั้นมีโอกาสสำเร็จ 1 เปอร์เซ็น แต่มันก็ไม่ได้บอกว่า 1 เปอร์เซ็นนั้นมันไม่ได้อยู่ที่คัมภีร์แรกหรือคัมภีร์สุดท้ายใช่ไหมครับ? ข้าคิดว่ามันคงเป็นความโชคดีของข้าล่ะนะ? “

เฟ่ย หยู่นั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูก “นั้นก็จริงตามที่ทฤษฎีนั้นพูดไว้ แต่ด้วยประสบการณ์ของข้ากว่า 60 ปี ข้าไม่เคยหรือได้ยินมาว่าจะมีใครสามารถทำสำเร็จได้ในการใช้คัมภีร์ผนึกศาสตราวุธครั้งแรก”

“60 ปี? ผู้อาวุโส ท่านล้อเล่นหรือป่าว “ โจว เว่ยชิงรู้สึกสะดุ้ง เพราะจากรูปลักษณ์ของเฟ่ย หยู่แล้ว เขาน่าจะอายุราว 40 ปีชัดๆ

เฟ่ย หยู่ หัวเราะและกล่าวว่า “เจ้าหนู อายุข้าจริงๆแล้วนั้นอ่อนกว่าตาแก่ฮูหยางเพียงหนึ่งปีเท่านั้น ทำไมเจ้าคิดล่ะว่าตาแก่นั้นก็เรียกข้าว่าตาแก่เฟ่ย หยู่เหมือนกัน ตาแก่ฮูหยางนั้นอายุ 75 ปีนี้ ส่วนข้านั้นอายุ 74 ปี เมื่อเทียบกันแล้ว ผู้ใช้อัญมณีกายในระดับเดียวกันแล้วพวกเขาจะแพ้ผู้ใช้อัญมณีธาตุ แต่เขาก็มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือมีร่างกายที่อ่อนเยาว์กว่า เพราะอย่างไรก็ตามนั้น ผู้ใช้อัญมณีกายนั้นเสริมสร้างร่างกายของตน ในขณะที่ผู้ใช้อัญมณีธาตุนั้นครอบคุมพลังธาตุ แต่ตราบใดที่เจ้านั้นเป็นผู้ใช้อัญมณีแล้ว เจ้าจะมีอายุอย่างน้อย 150 ปี ส่วนผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นจะมีอายุที่ยืนยาวกว่า ซึ่งถ้าพวกเขามีอายุมากกว่า 200 ปี แล้วพวกเขาจะเป็นคนที่มีพลังแกร่งกล้าที่แต่กระทืบเท้าก็ทำให้ทะเลทั้งสี่นั้นสั่นสะเทือน หนทางข้างหน้าของเจ้านั้นยังอีกยาวไกล เจ้าต้องใช้ความพยายามให้มากในเส้นทางนี้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วโจว เว่ยชิงก็ดีใจอย่างมาก “ผะ..ผู้ใช้อัญมณีสวรรค์มีชีวิตที่ยืนยาวขนาดนั้นเลยเหรอ ข้ายังมีเวลาอีกยาวนาน โอ้ ใช่แล้ว ผู้อาวุโส ข้าสามารถที่จะเก็บคัมภีร์ที่เหลือไว้ได้หรือไม่? “

จากนั้นผู้อาวุโสเฟ่ย หยู่ก็ส่งกล่องไม้ให้กับโจว เว่ยชิงพร้อมกับรอยยิ้ม “เจ้าหนู รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงชอบเจ้า”

ทำไมอย่างงั้นเหรอครับ ท่านผู้อาวุโส? โจว เว่ยชิงนั้นเก็บกล่องไม้นี้อย่างระมัดระวังและใส่เข้าในกระเป๋าของตัวเอง

เฟ่ย หยู่กล่าวว่า “เพราะว่าเจ้าไม่เคยเสแสร้งเลย เจ้านั้นเป็นวายร้ายที่แสดงตัวตนของเจ้าออกมา ซึ่งดีกว่าสุภาพบุรุษที่เสแสร้ง นอกจากนี้เจ้าก็เป็นเพียงแค่เด็กน้อยที่ยังไม่โต ไม่ใช่วายร้ายอย่างแท้จริง แม้แต่ตอนนี้ข้ายังสงสัยเลยว่า คนหนุ่มอย่างเจ้านั้นไปเรียนรู้ความเจ้าเล่ห์กลอุบายมาจากไหน”

จากนั้นในหัวของโจว เว่ยชิงก็ปรากฎภาพชายชราเสเพลขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่พ่อของเขา ยิ้มก่อนจะกล่าวว่า “เรื่องนั้น …ข้าไม่สามารถบอกท่านได้”


ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
Advertisements