HJC เล่ม 2 ตอนที่ 11.4

ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป

ตอนที่ 11 จักรวรรดิเฟ่ยหลี่ เมืองภูเสียดฟ้า(4)

หลังจากนั้นไม่นาน โจว เว่ยชิงก็สามารถหามันเทศมาได้ และทำการย่างมันเพื่อที่จะทำเป็นอาหารสำหรับเขาและซางกวนปิงเอ้อ ด้วยฝีมือของโจว เว่ยชิง มันเทศนี้ก็กลายเป็นอาหารอันโอชะ หลังจากที่ปลอกเอาผิวที่ไหม้ออกไปแล้ว เขาก็ทำการโรยเกลือเล้กน้อยก็จะได้รสชาติที่ไม่คาดคิดมาก่อน

แต่สิ่งที่ทำให้โจว เว่ยชิงนั้นยังเศร้าอยู่ก็คือการที่ซางกวน ปิงเอ้อนั้นยังไม่ยอมให้เขานั้นออกไปล่าสัตว์ และทั้ง 12 วันที่ผ่านมานั้น โจว เว่ยชิงได้กินแต่ผัก โดยเฉพาะมันเทศที่ได้ทานบ่อยจนเขารู้สึกว่าจะกลายเป็นมันเทศเองซะแล้ว

“ผู้บัญชาการกองพัน คุณพูดก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอว่าเราใกล้จะถึงเมืองภูเขาเสียดฟ้าแล้ว ทำไมเราไม่ลองทานอาหารดีๆซักมื้อที่เมืองล่ะ? “ โจว เว่ยชิงนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเล็กน้อยพร้อมกับทานมันเทศในมือของเขาไปด้วย

ซางกวน ปิงเอ้อจึงมองไปที่เขา “แล้วทานอาหารในเมืองมันฟรีหรือป่าวล่ะ? เรางดอาหารไปหนึ่งมื้อ ก็เท่ากับว่าเรามีเงินมากขึ้นเข้าใจไหม”

โจว เว่ยชิงกลิ้งตาไปมาก่อนจะพูดว่า “เอาเป็นว่า ลืมเรื่องที่ข้าพูดไปแล้วกัน สงสัยข้าต้องคิดวิธีหาเงินให้ได้มากกว่านี้ ไม่งั้นแล้วข้าคงจะได้อดตายเพราะท่านแน่ๆ”

“ฮึ่ม” ซางกวน ปิงเอ้อนั้นไม่พูดอะไรต่อไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าบ้านี้มีโอกาสที่จะพูดหรือวางแผนอะไรไว้อีก

ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น มันเป็นการฝึกที่ดีสำหรับโจว เว่ยชิง เพราะเขานั้นต้องใช้พลังสวรรค์ธาตุลมอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขานั้นคุ้นเคยกับการใช้พลังสวรรค์อย่างมาก แม้ว่าจะไม่ชำนาญเท่ากับซางกวน ปิงเอ้อที่ใช้งานได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการรวมรวบพลังดังเช่นก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ วิชาเทพอมตะเองก็แสดงความสามารถของมันออกมา เพราะตอนนี้ขีดจำกัดพลังสวรรค์ของโจว เว่ยชิงนั้นก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากที่เดิมนั้นมีขนาดประมาณไข่นกพิราบ แต่ตอนนี้มันขยายขนาดเท่ากับไข่ของไก่ ด้วยการที่เดินทางจนแทบไม่ได้หยุดพักในแต่ละวัน ทำให้น้ำวนที่จุดตายทั้ง 4 นั้นต้องคอยดูดซับพลังสวรรค์อย่างเต็มที่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นผลดีต่อการฝึกพลังสวรรค์ของเขา แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ยังอีกห่างไกลที่จะบรรลุไปยังขั้นต่อไปของวิชาเทพอมตะ เพราะมันต้องทะลวงจุดชีพจรหย่งฉวน

ซึ่งจุดชีพจรหย่งฉวน นั้นเป็นจุดตายสุดท้ายในการฝึกขั้นแรกของวิชาเทพอมตะ ซึ่งแน่นอนว่ามันยากในการทะลวงจุดนี้ และเส้นพลังปราณนั้นก็ซับซ้อนอย่างมาก ซึ่งโจว เว่ยชิงก็เคยได้ลองพยายามแล้ว แต่พลังสวรรค์ของเขานั้นยังไม่สามารถที่จะส่งไปถึงจุดชีพจรหย่งฉวนได้ ซึ่งทำให้เขารู้ได้อย่างชัดเจนเลยว่าต้องทำการฝึกตนให้มากกว่านี้ก่อน

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง โจว เว่ยชิงและซางกวน ปิงเอ้อก็เห็นเมืองข้างหน้า

ซึ่งสิ่งแรกที่เขาเห็นนั้นคือกำแพงมือซึ่งมีความสูงประมาณ 40 เมตร ซึ่งมนุษย์ที่ยืสอยู่บนนั้นก็เหมือนกับมดตัวเล็กๆที่เดินไปมา ซึ่งเมืองนั้นก็มีการประดับสัญลักษณ์ประจำจักรวรรดิเฟ่ยหลี่อยู่ ซึ่งเป็นรู้ดาบศักดิ์สิทธิ์ไขว้กันเป็นสีดำและสีทอง ซึ่งกระพืบไปมาตามสายลมแสดงให้เห็นถึงความสง่างามและน่าเกรงขามของจักรวรรดิ

ซึ่งมีสะพานข้ามคูเมืองอยู่ 3 ทางซึ่งคูน้ำนี้กว้างถึง 50 เมตรเชื่อต่อไปยังประตูเมืองโค้งทั้งสามที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความแข็งแกร่งและมีตัวหนังสือเขียนไว้บนประตูเมือง และทางเดินนั้นก็คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่เข้าออก ซึ่งทำให้พวกเขานั้นรู้สึกได้ถึงความคึกคักและความเจริญรุ่งเรืองภายใน

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าซางกวน ปิงเอ้อนั้นไม่ได้มาที่นี้เป็นครั้งแรก ซึ่งเธอนั้นพาโจว เว่ยชิงนั้นไปที่สะพานข้ามตรงกลาง ซึ่งสามารถเข้าไปในเมืองชั้นในได้ง่ายกว่า

ภายในเมืองภูเขาเสียดฟ้านั้นเป็นภาพที่วุ่นวายและการจราจรและผู้คน ซึ่งเมื่อโจว เว่ยชิงมองไปรอบๆ ให้คราวรู้สึกราวกับว่ามาท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่ยิ่งใหญ่! แม้ว่าเมืองธนูสวรรค์นั้นจะเจริญรุ่งเรืองมาก แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับเมืองภูเขาเสียดฟ้านี้เลย

“ผู้บัญชาการกองพัน เราจะไปที่ไหนกัน?” โจว เว่ยชิงนั้นก้มลงมองชุดที่ค่อนข้างสกปรกเพราะการเดินทาง

ซางกวน ปิงเอ้อจึงกล่าวว่า “เราจะไปที่ตำหนักผนึกเวทย์กันก่อน”

ตาของโจว เว่ยชิงก็ประกายขึ้นมาทันที “เราจะไปผนึกเวทย์ลงในอัญมณีธาตุกันงันเหรอ?”

ซางกวน ปิงเอ้นั้นส่ายหน้าของเธอก่อนที่จะเดินออกไปโดยที่ไม่อธิบายอะไรกับเขา แม้ว่าเธอนั้นจะไม่ได้รีบร้อนอะไรเหมือนตอนที่อยู่ในป่า แต่เธอก็ยังเดินไปอย่างรวดเร็วทำให้โจว เว่ยชิงนั้นไม่เห็นร้านค้าระหว่างทางและได้แต่ตามเธอไป

เมืองภูเขาเสียดฟ้านั้นช่างใหญ่เสียจิงๆ พวกเขานั้นเดินมากว่าชั่วโมงก่อนที่ซางกวน ปิงเอ้อจะหยุดและเมื่อโจว เว่ยชิงนั้นมองไปยังข้างหน้า ไม่ไกลจากตรงนั้นเขาก็เห็นอาหารขนาดใหญ่ราวกับพระราชวัง แม้ว่าเขาจะไม่คุ้นเคยกับเมืองภูเขาเสียดฟ้า แต่เขาก็รู้ได้ทันทีว่านี้คือเขตศูนย์กลางการค้าของเมือง พระราชวังข้าหน้านั้นสูงมากและมีเสาขนาดใหญ่กว่าสิบสองต้นของค้ำจุนอยู่ และตรงกลางนั้นก็มีสัญลักษณ์ของจักรวรรดิเฟ่ยหลี่อยู่ ซึ่งเขานั้นไม่สามารถที่จะบอกได้เลยว่าพระราชวังแห่งนี้นั้นใหญ่แค่ไหน

ซึ่งเมื่อมองผ่านเสาทั้ง 12 ต้นนั้นไปจะมีประตูขนาดใหญ่ซึ่งมีทหารประจำอยู่ทั้งสองข้างถึง 8 นาย ซึ่งสวมใส่ชุดเกราะเงินที่แวววับพร้อมด้วยดาบขนาดใหญ่ซึ่งยาวกว่าเมตรครึ่ง ซึ่งดาบยักษ์นั้นก็ปักลงบนพื้นโดยที่มือทั้งสองนั้นคอยกับด้ามดาบอยู่ พวกเขานั้นส่งสายตาที่เย็นชามองไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมา ซึ่งรอบรัศมี 50 เมตรจากพระราชวังนั้นไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปใกล้เลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งมันบอกถึงสถานะของสิ่งนี้ได้อย่างดี

หลังจากนั้นซางกวน ปิงเอ้อก็พาโจว เว่ยชิงมุ่งหน้าไปยังพระราชวังนั้น ซึ่งแน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้คือตำหนักผนึกเวทย์ที่เธอพูดมาก่อนหน้านี้

“หยุด!!” ทหารเกราะเงินทั้งสองตะโกนออกมาพร้อมกับยกดาบขึ้นมาปิดทางซางกวน ปิงเอ้อและโจว เว่ยชิง จากนั้นนายทหารทั้งหมดก็จ้องมาที่พวกเขา ซึ่งโจว เว่ยชิงนั้นรับรู้ได้ถึงจิตสังหารของพวกเขาทันที

ทหารเหล่านี้เป็นทหารราบชั้นยอดซึ่งผ่านการรบมาอย่างโชกโชน ซึ่งจักรวรรดิธนูสวรรค์ นั้นไม่มีทหารราบเช่นนี้เพราะการจะสร้างกองทัพให้แข็งแกร่งเช่นนี้นั้นต้องใช้เงินมหาศาล แต่จักรวรรดิเฟ่ยหลี่กลับให้คนเหล่านี้มาเป็นทหารองค์รักษ์!!

ซางกวน ปิงเอ้อก็หยุดทันทีพร้อมกับยกมือขวาของเธอ ก่อนที่อัญมณีกายของเธอหยกมังกรหินสีเขียวบริสุทธิ์จะปรากฎออกมาพร้อมประกายแสงสีขาวที่สวยงาม

จากนั้นดาบยักษ์ทั้งสองก็กระแทกลงบนพื้น และกล่าวขึ้นว่า “ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ระดับผู้ฝึกหัดขั้นกลาง เชิญเข้าไปได้”

ซางกวน ปิงเอ้อก็พยักหน้าพร้อมกับหันไปหาโจว เว่ยชิง “แสดงอัญมณีกายของเจ้าซะ”

“โอ้ว” โจว เว่ยชิงมองไปที่เกราะเงินด้วยความอิจฉาก่อนที่จะบังคับพลังสวรรค์ไปที่มือขวาของเขา และในขณะเดียวกันก็คิดว่าถ้ามีเกราะเงินแบบนี้คงจะดีไม่น้อย เพราะถ้าเขาใส่เกราะแบบนี้ ถ้าถูกยิงมาจากระยะไกล ลูกธนูจะไม่สามารถทะลุเขามาได้ซึ่งทำให้ชีวิตของเขานั้นปลอดภัยขึ้นไปอีก

จากนั้นอัญมณีกายหยกน้ำเข็งก็ปรากฎออกมาที่มือขวาของโจว เว่ยชิงและแสดงให้กับทหารเกราะเงินดู ซึ่งอัญมณีกายนั้นก็ปล่อยหลอกน้ำแข็งออกมาจากอัญมณี

“ผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ระดับผู้ฝึกหัดขั้นพื้นฐาน เชิญเข้าไปได้” ซึ่งหลังจากที่เขาได้เห็นอัญมณีกายที่บริสุทธิ์ที่มือข้างขวาของโจว เว่ยชิงซึ่งนั้นหมายความว่า เขานั้นเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ จากนั้นนายทหารเกาะเงินทั้งสองก็ถอยหลังเปิดทางให้พวกเขา


ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
Advertisements