HJC เล่ม 2 ตอนที่ 11.3

ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป

ตอนที่ 11 จักรวรรดิเฟ่ยหลี่ เมืองภูเสียดฟ้า(3)

เมื่อซางกวน ปิงเอ้อพูดมาถึงจุดนี้เธอก็หยุดและมองไปที่โจว เว่ยชิงที่กำลังมองหน้าเธออยู่ ซึ่งเมื่อเธอเห็นโจว เว่ยชิงทำหน้ามึนงงใส่เธอ ก็ทำให้เธอนั้นรู้สึกโมโหขึ้นมา “นี้ข้ากำลังพูดเรื่องสำคัญและจริงจังกับเจ้า แต่เจ้ากลับทำอะไรอยู่นี้”

โจว เว่ยชิงกระพริบตา “ท่านผู้บัญชาการกองพัน คุณนั้นค่อยดูแล และดีกับผมเสมอมา มันทำให้ผมนั้นรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก ข้าตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าการฝึกนั้นจะยากหรือหนักหนาสาหัสเพียงใด แต่เพื่อที่จะกลายเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่แข็งแกร่ง เพื่อจะปกป้องท่านได้ ข้าพร้อมจะทำทุกอย่าง “

หัวใจของซางกวน ปิงเอ้อรู้สึกสั่นเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ส่ายหัวก่อนจะพูดว่า “ข้าไม่ได้สนใจเจ้าซักหน่อย แต่ข้าทำเพื่อจักรวรรดิ และข้าก็ไม่ต้องการให้เจ้ามาคอยปกป้อง”

โจว เว่ยชิงพูดด้วยความมั่นใจ “แต่ยังไงข้าก็ต้องปกป้องท่าน เพราะจะมีสามีคนไหนที่จะไม่ปกป้องภรรยาของตน?”

“นี้เจ้า …… ” ซางกวน ปิงเอ้อนั้นโกรธจนพูดไม่ออก ก่อนที่จะเตะเจ้าบ้านี้ก่อนจะตะโกนออกมา “ไม่ว่าข้าจะพูดจริงจังแค่ไหน แต่เจ้าก็หาเรื่องไร้สาระมาพูดจนได้. เจ้าช่างมีพรสวรรค์เรื่องนี้จริงๆ! “

โจว เว่ยชิงกลิ้งไปมาบนพื้นก่อนจะยืนขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะพูดว่า “การที่สามีนั้นคอยปกป้องภรรยามันก็เป็นเรื่องที่จริงจังไม่ใช่เหรอครับ? อ๊ากกกก! อย่าาาาอัดข้า เอาเป็นว่าเรามาเริ่มต้นกันใหม่ แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านพูดถึงเรื่องอะไรงั้นเหรอครับ? “

เมื่อเห็นซางกวน ปิงเอ้อกำลังจะอัดเขา เขาก็รีบหลบไปหลังต้นไม้พร้อมกับโผล่หัวออกมาถาม

ซางกวน ปิงเอ้อหยุดนิ่งชั่วคราวและแสดงความลังเลออกมาจากในดวงตาของเธอและเธอก็หยุดเคลื่อนไหวและพูดกับเขาว่า “เจ้าอ้วนโจว ออกมานี้ เดี๋ยวนี้!!”

เมื่อมองเห็นซางกวน ปิงเอ้อที่ทำท่าทางที่จริงจังอย่างมากๆ โจว เว่ยชิงนั้นรู้สึกประหลาดใจอย่างมากก่อนที่จะเดินออกมาจากหลังต้นไม้ ยกมือโบกไปมาต่อหน้าซางกวน ปิงเอ้อก่อนจะถามว่า “ผู้บัญชาการกองพัน , คุณเป็นอะไรหรือป่าวครับ?”

ซางกวน ปิงเอ้อพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมาก “เจ้าอ้วนโจว แม้ว่าเจ้าจะเจ้าเล่ห์ ฉลาดแกมโกง ไร้ยางอายและน่ารำคาญมากแค่ไหน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เจ้าต้องจำไว้ว่าเจ้านั้นมากจากจักรวรรดิธนูสวรรค์ เรื่องอื่นๆที่เกิดขึ้น ข้าสามารถทนเจ้าได้ แต่ถ้าเจ้าละเมิดของสัญญาของพวกเราและทรยสจักรวรรดิแล้วล่ะก็ ข้าจะฆ่าเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งแค่ไหน ข้าก็จะไม่ไว้ชีวิตเจ้า

“ครับผม” โจว เว่ยชิงกระพริบตาและรำพึงอยู่ในใจของเขาว่า นี้ข้าต้องพูดกับเธอไหมน่ะว่า? องค์จักรพรรดิของจักรวรรดิธนูสวรรค์ เป็นพ่อพ่ออุปถัมภ์ของข้า และพ่อของข้าก็เป็นนายพลของจักรวรรดิ แต่ทันใดนั้น เขาก็มีความคิดบางอย่างแล่นขึ้นมา และสะดุดใจกับคำพูดของ ซางกวน ปิงเอ้อว่า ‘เรื่องอื่นๆที่เกิดขึ้น ข้าสามารถทนเจ้าได้’ คำพูดนี้ทำให้โจว เว่ยชิงเริ่มวาดฝันของเขาทันที โชคดีที่เขานั้นรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จริงจัง ดังนั้นเขาจึงไม่เผยอะไรออกมาในตอนนี้

เมื่อเห็นโจว เว่ยชิงนั้นตอบด้วยความตรงไปตรงมา ซางกวน ปิงเอ้อก็รู้สึกโล่งอก “เจ้าอ้วนโจว สิ่งที่ข้าพูดไปนั้นก็ไร้ความหมายอยู่ดี เพราะยังไงเจ้าก็ไม่มีทางที่จะเข้าร่วมกับตำหนักผนึกเวทย์ได้อยู่ดี”

“เข้าร่วมกับตำหนักผนึกเวทย์?” โจว เว่ยชิงนั้นถามด้วยความสงสัย

ซางกวน ปิงเอ้อพยักหน้ากล่าวว่า “มันเป็นเรื่องยากมากที่ผู้ใช้อัญมณีทั่วไปจะสามารถเข้าร่วมกับตำหนักผนึกเวทย์เนื่องจากเกณฑ์มาตรฐานในการเข้าร่วมนั้นก็คือ เป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์และได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ล่ะอาณาจักรนั้นจะมีตำหนักผนึกเวทย์เป็นของตัวเอง ซึ่งขึ้นตรงกับราชวงศ์ของจักรวรรดิ ผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่เข้าร่วมกับตำหนักผนึกเวทย์ของจักรวรรดินั้นจะได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดิอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นศาสตราวุธอัญมณีกายหรือผนักเวทย์อัญมณีธาตุ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนั้นจะถูกออกโดยจักรวรรดิทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นจะต้องสาบานว่าจะจงรักภักดีกับอาณาจักรนั้น ซึ่งจักรวรรดิของเรานั้นไม่มีความสามารถพอที่จะสร้างตำหนักผนึกเวทย์ แต่จักรวรรดิเฟ่ยหลี่นั้นมีหนึ่งแห่ง ซึ่งถ้าพวกเขาพยายามที่จะเชิญชวนเจ้าในอนาคต เจ้าจะเข้าร่วมกับพวกเขาหรือไม่? “

ในขณะที่เธอนั้นพูดออกไป ซางกวน ปิงเอ้อก็รู้สึกกังวลและพยายามปกปิดจิตสังหารของเธอ เธอนั้นเข้าใจโจว เว่ยชิงเพียงแค่ผิวเผิน และยังไม่รู้จักเขาดีพอ เธอจึงทำได้เพียงแค่คิด ว่าถ้าเจ้าอ้วนโจวนั้นทรยสจักรวรรดิเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เธอคงจะไม่สามารถช่วยเหลือเขาต่อไปได้ ถ้าเธอไม่สามารถฆ่าเขาได้ อย่างน้อยก็ต้องทำลายอัญมณีสวรรค์ของเขา

โจว เว่ยชิงตอบโดยไม่ลังเลเลย “แน่นอนว่าข้าจะเข้าร่วม! ทำไมข้าจึงไม่ควรจะเข้าร่วมละ “

“เจ้า …… ” ซางกวน ปิงเอ้อก็ปลดปล่อยจิตสังหารของเธอออกมา “เจ้าเนรคุณ เจ้าคนบ้า เจ้าคนหน้าด้าน!”

โจว เว่ยชิงตอบด้วยความประหลาดใจ “หน้าด้าน? ข้าก็เข้ารับกับตำหนักผนึกเวทย์ก่อน แล้วเมื่อข้าฝึกตนถึงขั้นสูงสุดแล้วก็กลับมาจักรวรรดิ ทำเช่นนั้นไม่ได้เหรอ? ตราบใดที่ข้านั้นแข็งแกร่งจนไม่มีใครหยุดข้าได้ ใครจะสนล่ะว่าข้านั้นเข้าร่วมกับตำหนักผนึกเวทย์ของจักรวรรดิไหน “

“ฮ่าๆ” ซางกวน ปิงเอ้อนั้นหัวเราะออกมาเพราะความคิดบ้าๆนี้ เจ้าอ้วนโจวนั้นมีมุมมองที่แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างมาก ก่อนที่จิตสังหารของเธอจะหายไป “นี้เจ้าฝันอยู่หรือป่าว นี้เจ้าคิดว่าพวกเขาจะไม่มีมาตรการป้องกันใดๆเลยหรือไง การที่จะเข้าร่วมตำหนักผนึกเวทย์ได้นั้น เจ้าต้องถูกผนึกห่วงจิตว่าถ้าเจ้านั้นทรยศตำหนักผนึกเวทย์หรือราชวงศ์ของจักรวรรดิแล้ว เจ้าจะต้องตาย”

เมื่อโจว เว่ยชิงได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเขาก็เศร้าลงทันที “แย่จัง! แต่ว่าห่วงจิตคืออะไรอย่างงั้นเหรอ? “

ตอนนี้ซางกวน ปิงเอ้อนั้นกำลังถามตัวเองว่า ก่อนหน้านี้ถ้าโจว เว่ยชิงพูดว่าจะเข้าร่วมกับตำหนักผนึกเวทย์ของจักรวรรดิจักรวรรดิเฟ่ยหลี่จริงๆล่ะ เธอจะฆ่าเขาลงจริงๆอย่างนั้นหรือ? เธอนั้นยังไม่สามารถที่ตอบคำถามนี้ได้ แม้ว่าความผิดของเขานั้นจะมีมากมาย แต่เขาก็เป็นชายคนแรกของเธอ นอกจากนี้ แม้ว่าเขานั้นจะน่ารำคาญ แต่การที่ได้ร่วมทางกันมา ทำให้เธอนั้นรู้สึกทันโกรธและหัวเราะ มากกว่าปกติที่เธอนั้นเคยใช้ชีวิต

“เราจะพูดไปและเดินทางไปด้วย ห่วงจิตนั้นเป็นทักษะเวทย์ระดับสูงของผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ความมืด ภายใต้เงื่อนไขที่ตกลงกันทั้งสองฝ่าย พวกเขาจะผนึกลงในจิตด้วยคำสาบาน ซึ่งถ้าหากคำสาบานนั้นถูกละเมิด ห่วงจิตจะระเบิดตัวเองและทำให้พูดที่ละเมิดคำสาบานนั้นเสียชีวิต มันเป็นทักษะที่ใช้ความคุมคน “

พวกเขานั้นก็ยังคงเดินทางต่อจนกระทั่งก่อนค่ำ พวกเขาก็ออกจากป่าดาราซึ่งก่อนที่พวกเขาจะออกไปจากป่า โจว เว่ยชิงก็ได้ทำซุปหน่อไม้น้ำค้างให้ซางกวน ปิงเอ้ออีกครั้ง เพราะถ้าออกจากป่าแห่งนี้ไปแล้ว พวกเขาก็จะไม่สามารถหาทานได้อีก ตอนที่ซางกวนปิงเอ้อนั้นทานซุปที่แสนอร่อยที่เขาทำนั้น เธอก็ทำตัวกับเขาดีขึ้นแต่เธอก็ยังไม่ให้โจว เว่ยชิงนั้นล่าสัตว์อยู่ดี

12 วันต่อมา

“เจ้าอ้วนโจว ไปหาของกินมาให้หน่อยสิ” ซางกวน ปิงเอ้อเคลียร์พื้นที่ตั้งแคมป์เล็กๆก่อนจะนั่งลง

โจว เว่ยชิงถอนหายใจ “ชีวิตที่น่าเศร้าของข้า! ข้าอีกแล้วเหรอครับ”.

ซางกวน ปิงเอ้อจ้องไปที่เขาก่อนจะพูดว่า “เจ้าเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของข้า ซึ่งมีหน้าที่คอยดูแลผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่หรือ?”

โจว เว่ยชิงนั้นไม่สามารถจะทำอะไรได้ “ได้ครับ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”.

หลังจากเดินทางมาได้ 12 วัน ซางกวน ปิงเอ้อนั้นยังคงสดใสและสวยงามดั่งเช่นทุกวัน แต่โจว เว่ยชิงนั้นแสดงอาการเหนื่อยจนหน้าซีดเผือก ซึ่งตอนที่พวกเขานั้นเดินทางออกมาจากเมืองธนูสวรรค์นั้น เขาคิดว่าซางกวน ปิงเอ้อนั้นเป็นแค่คนขี้งกเล็กน้อย แต่ตอนนี้เขากลับเชื่อว่าผู้บัญชาการหญิงที่สวยงามนี้ถ้าหากมีเงินวางหน้าโลงศพของเธอ เธอคงยืนมือออกมารับจากโลงของเธอแน่ๆ [ผู้แปล : ประมาณว่าแม้ตายฉันก็จะไม่ปล่อยมือจากเงิน]

ในช่วง 12 วันที่ผ่านมา พวกเขานั้นได้เดินทางผ่านมาหลายเมือง แต่พวกเขาจะตั้งค่ายพักกันนอกเมืองเสมอ ซึ่งพวกเขานั้นไม่เขาไปในเมืองเลยแม้แต่น้อย ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องการหาโรงแรม่ ท้องฟ้านั้นเปรียบดั่งผ้าห่มที่คอยปกคลุมทุกสรรพสิ่ง และพื้นดินที่เป็นที่นอนให้กับทุกสิ่งมีชีวิต พวกเขานั้นไม่ยอมที่จะเสียเงินซักเหรียญเดียวในการเดินทาง แม้ว่าซางกวน ปิงเอ้อนั้นจะแบ่งอาหารแห้งให้แก่เขา แต่ส่วนแบ่งนั้นก็เป็นไปตามกฎระเบียบของทหาร

เพราะยิ่งโจว เว่ยชิงนั้นมืดมนลงเท่าไหร่ ซางกวน ปิงเอ้อยิ่งพอใจมากขึ้นเท่านั้น เธอนั้นมักจะเดินทางเช่นนี้เป็นประจำ แต่ครั้งนี้เธอนั้นมีพ่อครัวมาเพิ่มเติม แม้ว่าเจ้าอ้วนโจวจะมีนิสัยเสีย แต่เขาก็มีความสามารถในการหาวัตถุดิบและปรุงอาหารแสนอร่อย นอกจากนี้แล้วซางกวน ปิงเอ้อนั้นใช้กฎที่ว่าพูดกับเขาให้น้อยที่สุดจนเจ้าบ้านี้ไม่สามารถใช้กลอุบายใดๆ ได้เลย


ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป