HJC เล่ม 2 ตอนที่ 10.4

ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป

ตอนที่ 10 ศาสตราวุธอัญมณีกายและผนึกเวทย์อัญมณีธาตุ (4)

ซางกวน ปิงเอ้อได้นั่งพักลงใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างจากโจว เว่ยชิงประมาณ 10 เมตรก่อนจะเปิดกระเป๋าเสบียงของเธอออกมา โดยมีอาหารแห้งและน้ำเก็บไว้อยู่

โจว เว่ยชิงนั้นก็ยังยุ่งกับการหอบหายใจเนื่องจากความเหนื่อยที่เขานั้นได้รับมาทั้งวัน ซึ่งเขานั้นไม่ได้เตรียมเสบียงมาไว้เลยและเมื่อเห็นซางกวน ปิงเอ้อนั้นทานอาหาร มันทำให้เขานั้นกลืนน้ำลายดังเอือกก่อนจะค่อยๆเเขยิบเข้าหาเธอ

“ท่านผู้บัญชากการกองพัน ได้โปรดแบ่งอาหารให้ข้าซักหน่อย”

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นเห็นตัวตาที่หิยโหยของเขาจึงทำให้เสียง ฮึใส่เขาและนั่งกินต่อไปโดยไม่สนใจเขา

เมื่อเห็นเช่นนั้นโจว เว่ยชิงจึงกล่าวว่า “นายพลทหารที่ยิ่งใหญ่นั้นเคยปล่อยให้ทหารกล้านั้นหิวโหยนะครับท่านผู้บัญชาการกองพัน เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผมจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนเดินทางต่อล่ะครับ” ในขณะที่เขาพูด โจว เว่ยชิงก็นั่งลงข้างซางกวน ปิงเอ้อแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้สัมผัสตัวกัน แต่ก็นั่งด้วยกันใต้ร่มไม้ใหญ่แห่งนี้ ซึ่งเขานั้นก็ได้กลิ่นหอมอ่อนจากเธอซึ่งแม้ว่าท้องของเขาตอนนี้จะว่างเปล่าแต่เขาก็รู้สึกพอใจแล้ว

ซางกวน ปิงเอ้อขยับตัวออกไปรักษาระยะห่างจากเขา ก่อนจะค่อยทานอาหารของเธอต่อไป เธอนั้นไม่เชื่อว่าโจว เว่ยชิงนั้นจะไม่มาขอร้องอาหารจากเธอเมื่อเขานั้นหิว ด้วยนิสัยที่เจ้าเล่ห์ของเจ้าบ้านี้แล้ว ถ้าเธอไม่จัดการเขาอย่างอยู่หมัดล่ะก็ จะให้เขานั้นเชื่อฟังเธอได้ยังไง เธอนั้นก็ไม่คิดว่าเจ้าอ้วนโจวจะมีปัญหาอะไร ถ้าเขานั้นอดอาหารซักมื้อสองมื้อ

ตอนนั้นเองซางกวน ปิงเอ้อนั้นคิดในใจว่าแผนการของเธอนั้นสำเร็จแล้ว แต่จู่ๆทันใดนั้นโจว เว่ยชิงที่นั่งข้างเธอก็ลุกขึ้นมาก่อนจะพุ่งตรงไปในป่า

“นี้เจ้ากำลังทำอะไร?” ซางกวน ปิงเอ้อสะดุ้งลุกยืนขึ้นมา

“ข้าก็จะไปหาของกินนะสิครับท่าน” เมื่อโจว เว่ยชิงนั้นพูดเสร็จก็เดินหายเข้าไปในป่า

ซางกวน ปิงเอ้อตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่จะเก็บอาหารของเธอและตามโจว เว่ยชิงเข้าไปในป่า เนื่องจากว่าเธอนั้นกลัวเจ้าบ้านี้จะไม่รักษาคำพูดที่ให้ไว้และแอบหนีไป นอกจากนี้แล้วเธอนั้นยังสงสัยว่าโจว เว่ยชิงนั้นจะหาอะไรกินจากป่าแห่งนี้

หลังจากที่พวกเขาอยู่ด้วยกันมาหลายวัน เธอก็เชื่อว่าเจ้าอ้วนโจวนั้นมีฐานะที่เป็นคนธรรมดา แม้ว่าจะมีขุนนางที่ดีไม่มากนักในพวกขุนนาง แต่ก็ไม่เคยมีขุนนางคนไหนที่เจ่าเล่ห์และชั่วร้ายแบบเขาแน่นอน?

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นเปิดใช้งานอัญมณีกายและอัญมณีธาตุของเธอซึ่งทำให้เธอนั้นเร็วกว่าโจว เว่ยชิง แม้ว่าเธอนั้นจะไม่ชำนาญเส้นทางในป่าดาราเหมือนโจว เว่ยชิงแต่เธอก็อาศัยการได้ยินและความเร็วของเธอนั้นตามเขาไปอย่างง่ายดาย

เมื่อมองไปยังโจว เว่ยชิงที่เดินทางไปในป่าอย่างคล่องแคล่วไปมา แต่สิ่งเธอทำให้เธอตกใจก็คือออร่าสีเขียวที่ปล่อยออกมาเป็นระยะๆนั้นเอง เนื่องจากว่าเธอนั้นเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์โฟกัสด้านความเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าเธอนั้นต้องศึกษาเรื่องของรูปแบบการเคลื่อนไหวเป็นอย่างดี ซึ่งความเคลื่อนไหวของโจว เว่ยชิงนั้นทำให้เธอนั้นรู้อย่างแจ่มแจ้งเลยว่าเขานั้นอาศัยเพียงแค่คุณสมบัติธาตุจากอัญมณีธาตุเพียงอย่างเดียว เมื่อเขาต้องการที่จะกระโดดให้สูงขึ้น หรือต้องการเร่งความเร็วเพื่อหลบสิ่งกีดขวางต่างๆ ซึ่งการทำเช่นนี้ นอกจากจะรักษาความเร็วแล้วยังทำให้เขานั้นประหยัดพลังสวรรค์ไปในตัวด้วย ถึงแม้ว่าซางกวน ปิงเอ้อนั้นจะสามารถทำแบบเขาได้ก็ตาม แต่โจว เว่ยชิงนั้นเพิ่งทำให้อัญมณีของเขาตื่นขึ้นมาได้กี่วัน เพียงแค่ไม่กี่วัน เขาสามารถควบคุมอัญมณีธาตุของเขาได้ขนาดนี้แล้วหรือ! ซางกวน ปิงเอ้อนั้นรู้สึกว่าเธอนั้นไม่สามารถที่จะหยั่งลึกความสามารถของโจว เว่ยชิงได้เลยแม้แต่น้อย

หลังจากที่โจว เว่ยชิงนั้นมาได้ประมาณ 100 เมตรในป่า เขาก็กระโดดขึ้นสูงไปข้างหน้าก่อนที่จะลงไปบนกิ่งไม้ใหญ่ก่อนจะใช้เท้าขวาของเขาเกี่ยวมันไว้ ส่วนเท้าใส่ก็หยีบลองบนกิ่งไม้นั้น จากนั้นเขาก็หยิบธนุออกจากหลังของเขาอย่างคล่องแคล่วก่อนจะดึงคันลูกศรขึ้นมาพร้อมยิง ก่อนที่จะปรับมุมเล็งการยิงของเขา

ด้วยประสบการณ์และชำนาญในการยิงธนู ซางกวน ปิงเอ้อก็ค่อนข้างตกใจ สำหรับนักธนูผู้ใช้อัญมณีสวรรค์อย่างเธอแล้ว ซึ่งเธอนั้นคุ้นเคยกับการยิงธนูเป็นอย่างดี เธอนั้นเขาใจได้ทันทีว่าโจว เว่ยชิงนั้นไม่ได้ใช้พลังสวรรค์ในการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้เลย ซึ่งเขานั้นใช้เพียงแค่ประสบกาณ์ในการดึงคันธนูได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งหมายความว่าเขานั้นเป็นนักธนูที่มีความสามารถอย่างมาก ซึ่งแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ ด้วยทักษะเช่นนี้ เขาสามารถที่จะกลายเป็นหัวหน้ากองพันได้อย่างง่ายดาย

เมื่อถึงตอนนั้นเอง ตาของโจว เว่ยชิงก็ประกายขึ้นมาและปล่อยลูกศรก่อนจะตามด้วยเสียงฟิ้วที่พุ่งไไปราวกับสายฟ้าฟาดตรงเข้าเข้าไปในป่า

อย่างไรก็ตามในขณะนั้นเอง มือทั้งสองซางกวน ปิงเอ้อก็ขยับด้วยความเร็วก่อนจะหยิบธนูรุ่งอรุณสีม่วง ออกมาก่อนจะยิงลูกศรของเธอออกไป แต่ด้วยความเร็วของลูกศรเธอนั้น ไม่นานธนูของทั้งสองก็เข้าประทะกันเกิดเสียงดัง ทำให้มันเปลี่ยนทิศทางก่อนที่ทั้งสองจะปักลงเข้ากับต้นไม้ใหญ่

ด้วยสัญชาตญาณของโจว เว่ยชิงทำให้เขานั้นหมุนรอบตัวก่อนจะสไลด์ลงจากต้นดาราและหาที่กำบังเพื่อปกคลุมร่างกายของเขา

“นี้เจ้ากลัวตายมากขนาดนั้นเลยเหรอ? “ ซางกวน ปิงเอ้อบ่นด้วยความรำคาญ

เมื่อได้ยินเสียงซางกวน ปิงเอ้อ โจว เว่ยชิงโผล่หัวขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มแล้วพูดว่า “ความกลัวตายนั้นเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งถ้าธนูนั้นเป็นของศัตรูล่ะครับ ท่านผู้บัญชาการ ที่จริงคุณควรจะชื่นชมผมในความเจ้าปัญญาของผมนะครับ ท่านไม่ภูมิใจหรือที่มีนายทหารเช่นข้าคอยรับใช้ท่าน?”

ซางกวน ปิงเอ้อกล่าวโดยน้ำเสียโมโหกลับไปว่า “เจ้ากระต่ายนั้นน่ารักจะตาย แต่เจ้ากลับคิดจะฆ่ามันอีก ถ้าไม่ข้าอยู่ล่ะก็ เจ้าได้ฆ่าชีวิตอันบริสุทธิ์นี้ไปแล้ว”

โจว เว่ยชิงนั้นกล่าวด้วยน่าตาที่น่าสงสาร “ท่านผู้บัญชาการ ท่านพูดเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อท่านนั้นไม่แบ่งเสบียงของท่านให้ข้าทาน ข้าก็จำเป็นต้องหาอาหารของเอง แต่ท่านกลับไม่ให้ข้าทำเช่นนั้นอีก โอ้วพระเจ้า ความยุติธรรมนั้นอยู่ที่ไหน!”

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นไม่รู้ว่าทำไมแต่ว่าเมื่อมองท่าทางที่เป็นทุกข์ของโจว เว่ยชิงแล้วนั้นเธอรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก ก่อนที่ใบหน้าที่สวยงามของเธอนั้นจะยิ้มออกมา “ไหนเจ้าบอกว่าสามารถหาอาหารได้ล่ะ? เจ้าสามารถหาได้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าห้ามฆ่าชีวิตสัตว์ตัวใด”

โจว เว่ยชิงจึงออกมาจากหลังต้นไม้ก่อนจะสะพายธนูของเขาอีกครั้งพร้อมกับถอนหายใจด้วยใบหน้าที่ทรมาน “ดูเหมือนว่าวันนี้ข้าคงจะไม่มีเนื้อให้ทานซะแล้ว ท่านผู้บัญชาการที่รักของข้า ข้ายังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต ท่านจะให้ข้าต้องทนทุกข์ทรมานจากการขาดสารอาหารเช่นนั้นหรือ ตัวข้านั้นช่างน่าสงสารจริงๆ”

“ฮึ่ม! เจ้าบ้า! เจ้าแข็งแรงเป็นควายแบบนี้ เจ้ายังจะพูดเรื่องขาดสารอาหารนี้น่ะ?” ซางกวน ปิงเอ้อบ่นด้วยความโมโห แต่ทันใดนั้นเมื่อเธอพูดเสร็จ หน้าของเธอก็เริ่มแดงขึ้นมาเพราะว่าเธอนั้นสัมผัสความแข็งแกร่งของเขาด้วยร่างกายของเธอมาแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามคำพูดของซางกวน ปิงเอ้อนั้นเป็นความจริงเพราะหลังจากที่อัญมณีของโจว เว่ยชิงนั้นตื่นขึ้นมา นอกจากจะทำให้ความสูงของเขานั้นเพิ่มขึ้นแล้ว มันยังทำให้ร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งขึ้นด้วย และมัดกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนภายใต้เครื่องแบบทหารจนราวกับว่าเขานั้นมีพลังที่ไม่สิ้นสุด ถ้าในการทหารแล้ว รูปร่างของเขานั้นก็จัดได้ว่าเป็นทหารชั้นยอดซึ่งไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับคนอ้วนเลยแม้แต่น้อย แต่อย่าลืมว่าเขานั้นอายุเพียงแค่ 14 ปี

แต่โชคร้ายที่โจว เว่ยชิงนั้นไม่ทันสังเกตุเห็นว่าซางกวน ปิงเอ้อนั้นกำลังเขินอายอยู่ หรือรู้สึกพอใจกับตัวเอง ในขณะที่เธอนั้นพูดอยู่นั้น โจว เว่ยชิงก็กำลังก้มหน้ามองลงพื้นเพื่อที่จะหาบางอย่าง จากนั้นมือทั้งสองข้างของเขาก็ขยับเข้าไปใกล้ๆกับพุ่มไม้ด้วยประสบการณ์อยู่ป่าของเขา ไม่นานเขาก็สามารถหาหน่อไม้ออกมาได้เต็มไปหมดก่อนจะหยิบใบต้นดาราติดมือมาด้วย

“ท่านผู้บัญชากการกองพัน ท่านจะอนุญาตให้ข้ากินสิ่งนี้ได้หรือไม่?” โจว เว่ยชิงนั้นพูดด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม


ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
Advertisements