HJC เล่ม 2 ตอนที่ 10.3

ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป

ตอนที่ 10 ศาสตราวุธอัญมณีกายและผนึกเวทย์อัญมณีธาตุ (3)

“ใครอยากให้เจ้ามาโอ๋ข้า ไปให้พ้น” ชางกวน บิงเอ้อตะคอกด้วยความโกรธและร้องไห้ไปด้วย

โจว เว่ยชิงจึงเกาหัวก่อนจะพูดว่า “ข้าเข้าใจแล้ว ข้ายอมรับผิดแล้ว ข้าจะเชื่อฟังท่านทุกอย่าง ข้าจะเลือกศาสตราวุธตามที่เจ้าต้องการ ถ้าเจ้าอยากให้ศาสตราวุธของข้าเป็นหมูข้าก็ยอม!” ในขณะที่เขาพูดนั้น เขาก็ยกมือขึ้นมาไว้ที่หูแล้วทำมือเป็นรูปหูหมูขยับไปมา

“ฮ่าๆ เจ้าเหมือนหมูอยู่แล้วไม่ต้องทำท่าทางแบบนั้นหรอก ไม่งั้นเขาจะเรียกว่าเจ้าอ้วนโจวงั้นเหรอ” ซางกวน ปิงเอ้อนั้นหัวเราะออกมาเพราะท่าทางที่น่าสงสารของโจว เว่ยชิงก่อนที่จะเตะเข้าที่ก้นเขาอีกที ซึ่งโจว เว่ยชิงก็ยืนนิ่งรับลูกเตะนี้แม้ว่าใบหน้าเขานั้นจะแสดงถึงเจ็บปวด แต่เขาก็ไม่ขยับตัวไปไหนเพื่อที่จะบอกว่าเขายอมรับการลงโทษจากเธอเพื่อเป็นการขอโทษ

ซางกวน ปิงเอ้อก็เอามือของเธอนั้นปาดน้ำตาบนใบหน้าเธอก่อนจะจ้องไปหาโจว เว่ยชิง ในใจของเธอนั้นคิดว่าในชีวิตของข้าจะต้องมีเจ้าอ้วนโจวนี้เป็นตัวป่วนไปตลอดชีวิตของข้าเลยเช่นนั้นเหรอ? ทำไมข้าถึงรับมือกับเจ้าบ้านี้ไม่ได้ซักที?

“เจ้าพูดเองนะว่าเจ้าจะเลือกศาสตราวุธตามที่ข้าบอก แต่ข้ามีข้อแม้ว่าเจ้าจะต้องเลือกผนึกเวทย์อัญมณีธาตุตามที่ข้าบอกเช่นกันเจ้าตกลงไหม?”

โจว เว่ยชิงนั้นพยักหน้าอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเธอนั้นจะร้องไห้อีก ไม่ใช่เพราะว่าเขาจะถูกอัด ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าคู่นี้การทุบตีนั้นเหมือนกับทำให้พวกเขานั้นใกล้ชิดขึ้น ส่วนการว่ากล่าวก็เหมือนการพูดคำว่ารักแก่กัน สำหรับเจ้าบ้าอย่างโจว เว่ยชิงแล้วนี้ก็คงเป็นการทำตัวอย่างสนิทสนมกับซางกวน ปิงเอ้อในรูปแบบของเขา เพราะเมื่อโจว เว่ยชิงนั้นเห็นเธอนั้นร้องไห้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้ว่าภายนอกของเขานั้นแสดงท่าทางที่มีความสุขหรือหัวเราะออกมา แต่เขาก็รู้สึกผิดตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์นั้นตลอดมา

เมื่อซางกวน ปิงเอ้อนั้นเห็นเขาทำตัวตรงไปตรงมา ความโกรธของเธอก็หายไป “ฮึ่ม กลับกันเถอะ เจ้าต้องไปเก็บสิ่งของ เพราะพวกเราจะออกเดินทางจากค่ายทาหรพรุ่งนี้เช้า”

“ออกเดินทาง? ออกเดินทางไปที่ไหนกัน? “ โจว เว่ยชิงนั้นถามด้วยความสงสัย

ซางกวน ปิงเอ้อจึงกล่าวว่า “เจ้าจะรู้เองเมื่อเวลานั้นมาถึง เจ้าต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้ ครั้งนี้พวกเราจะเดินทางกันอย่างน้อยสองถึงสามเดือน ส่วนเจ้าก็ไม่ต้องไปรวมการฝึกกับทหารใหม่ทั่วไป “

โจว เว่ยชิงกระพริบตา “ไปกับเจ้าเพียงสองต่อสองงั้นสินะ?”

ซางกวน ปิงเอ้อก็หยุดเท้าของเธอก่อนจะหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่อาฆาต “ถ้าเจ้าอยากตายจริงๆล่ะก็ ลองพูดต่อสิ แล้วถ้าเจ้าคิดอะไรพิเรนๆกับข้าละก็ ข้าจะ ข้าจะ … “

โจว เว่ยชิงจึงพูดต่อทันทีว่า “เจ้าจะร้องไห้เพื่อข้า … นั้นเป็นสิ่งที่ข้ากลัวที่สุด … ” เมื่อโจว เว่ยชิงพูดเสร็จเขาก็ปลดปล่อยคุณสมบัติธาตุลมจากอะเลกซานไดรต์ตาแมวของเขาและวิ่งออกไปด้วยความเร็วสูงสุด

เมื่อเห็นโจว เว่ยชิงที่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซางกวน ปิงเอ้อที่โดนเยาะเย้ยก็หัวเราะออกมาและเล่นไปตามบทโดยตะโกนออกมาว่า “ลูกศรลอบเร้นสังหารไปเลย”

เมื่อโจว เว่ยชิงได้ยินเสียงตะโกนเช่นนั้นเขาก็ตกใจและพลาดตกลงไปในป่า ด้วยท่าทางที่ลุกลี้ลุกลนของเขานั้นทำให้ซางกวน ปิงเอ้อนั้นเป็นห่วงเขาที่ตกลง เนื่องจากเธอนั้นไม่รู้ว่าโจว เว่ยชิงนั้นเคยโดนไดฟุย่าโจมตีจากด้านหลัง ทำให้เขานั้นรู้สึกกลัวเป็นพิเศษ

แต่หลังจากที่โจว เว่ยชิงตกลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง เขาก็เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากนั้นซางกวน ปิงเอ้อที่เจ้าเล่ห์ก็หัวเราะออกมา พร้อมด้วยเสียงที่โหยหวนและน่าส่งสารออกมาจากในป่าดารา “เจ้าจะสังหารสามีของเจ้าอย่าง……” และทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็หยุดลงแล้วตามด้วยเสียงโหยหวนที่เจ็บปวดกว่าเดิม

เช้าวันรุ่งขึ้น

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นเปลี่ยนเครื่องแบบของเธอเป็นเสื้อผ้าฝ้ายที่เรียบง่ายและสะพายธนูรุ่งอรุณสีม่วงไว้ที่หลังของเธอก่อนจะออกจากค่ายทหาร ซึ่งแม้แต่เสื้อผ้าที่ธรรมดาก็ไม่อาจบดบังรัศมีที่โดดเด่นของเธอได้

เมื่อเธอมาถึงทางออกของค่ายทหาร เธอก็เห็นโจว เว่ยชิงที่ใส่ชุดเครื่องแบบทหารนั้นรออยู่ที่ทางออกแล้ว ซึ่งนอกจากนี้แล้วเขายังสะพานคันธนูไว้ที่หลังพร้อมกับซองลูกศร 2 ซองด้วยซึ่งเป็นไปตามแบบเครื่องแต่งกายของพลธนูแม้กระทั่งหมวกเขาก็ใส่มา

เมื่อเห็นซางกวน ปิงเอ้อ โจว เว่ยชิงก็ทำความเคารพเธอด้วยท่าทางที่เหมาะสมก่อนจะตะโกนขึ้นมาว่า “สวัสดียามเช้าครับ ท่านผู้บัญชากการกองพัน”

ซางกวน ปิงเอ้อจ้องไปที่เขาด้วยอารมณ์เสียว่า “ข้าบอกให้เจ้าแต่งชุดธรรมดาจำไม่ได้เหรอ?”

โจว เว่ยชิงgvkหัวของเขาอย่างเจื่อนๆ “ผมนั้นไม่มีชุดอันอื่นเลย เหลือแต่เครื่องแบบทหารนี้เป็นตัวสุดท้ายแล้ว” ในตอนนั้นเขาก็ส่งสายตาที่เจ้าเล่ห์ไปหาซางกวน ปิงเอ้อ

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นกัดริมฝีปากของเธอเพื่อระงับอารมณ์ที่จะอัดเจ้าบ้านี้ก่อนจะพูดอย่างเย็นชา “งั้นไปกันเถอะ” หลังจากนั้นเธอก็เดินทางออกไป โจว เว่ยชิงจึงรีบปลดปล่อยอะเลกซานไดรต์ตาแมวของเขาให้ใช้คุณสมบัติธาตุลมออกมาตามเธอไป จากนั้นทั้งสองก็วิ่งออกไปด้วยความเร็วที่สูสีกันออกไปจากค่ายทหารไปทางตะวันออกตามแนวถนนดาราออกไป

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นไม่พูดอะไรเลยกับโจว เว่ยชิงตลอดทางเพราะนี้เป็นวิธีการที่ดีที่สุดจะรับมือกับเจ้าบ้านี้ แม้ว่าเธอนั้นจะยังเกลียดเจ้าอ้วนโจวอยู่ แต่เมื่อเขานั้นให้คำสาบานไว้แล้ว เธอก็ไม่คิดจะฆ่าเขา เธอนั้นต้องบอกตัวเองเสมอว่านี้คือการกระทำเพื่อจักรวรรดิ

ซึ่งวิธีของซางกวน ปิงเอ้อนั้นใช้ได้ผลกับโจว เว่ยชิงอย่างมากเพราะโจว เว่ยชิงที่ตามเธอมานั้นพยายามที่จะแกล้งเธอและล้อเธอให้พูดกับเขา แต่ไม่ว่าเขาจะทำเช่นไร ซางกวน ปิงเอ้อก็ไม่เคยสนใจเขาเลยจนทำให้เขานั้นรู้สึกกระวนกระวาย ซึ่งถ้าเขานั้นพูดอะไรที่ทำให้เธอนั้นไม่ชอบ ซางกวน ปิงเอ้อก็เพิ่มความเร็วของเธอด้วยอัญมณีกายสายความเร็วจนทำให้เธอนั้นทิ้งห่างจากเขาทำให้โจว เว่ยชิงนั้นต้องเพิ่มความเร็วจนเหนื่อยหอบอยู่ร่ำไป

เมื่อถึงตอนเที่ยงแล้ว เกือบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ซางกวน ปิงเอ้อนั้นแทบจะไม่พูดอะไรกับโจว เว่ยชิงและไม่หยุดพักเลย จนตอนนี้ตะวันขึ้นตกหัวเขาแล้วและโจว เว่ยชิงก็หอบอย่างหนัก ซึ่งแน่นอนว่าการวิ่งสี่ชั่วโมงมานี้นั้นไม่ใช้ปัญหาสำหรับเขาเลย แต่ปัญหาก็คือการตามความเร็วของซางกวน ปิงเอ้อ ซึ่งตอนนี้พลังสวรรค์ของเขานั้นมีจำกัด และเมื่อมันหมด ความเร็วของเขาก็ตกลงและรอให้น้ำวนทั้งสีค่อยดูดซับพลังสวรรค์นั้นเข้ามา และหลังจากที่รวบรวมพลังได้แล้ว เขาก็ต้องใช้คุณสมบัติธาตุลมอีกครั้งเพื่อที่จะตามเธอ วนลูปไปเรื่อยๆ

แต่ตอนนี้ซางกวน ปิงเอ้อนั้นมีข้อสงสัยบางอย่างเกิดขึ้นในหัวของเธอ ตลอดทางที่ผ่านมานั้นเธอลดความเร็วให้โจว เว่ยชิงนั้นตามมาได้ แต่อย่างไรก็ตามเขานั้นมีเพียงแค่คุณสมบัติธาตุลมที่ค่อยช่วยเพิ่มความเร็วของเขาเพียงอย่างเดียว ไม่เหมือนกับเธอที่มีทั้งอัญมณีกายและอัญมณีธาตุที่ช่วยเธอ แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็พบว่าเจ้านี้ที่เพิ่งปลุกอัญมณีสวรรค์ของเขาจนตื่นขึ้นมานั้นมีพลังสวรรค์ขั้นที่ 4 แต่เขานั้นมีความแข็งแกร่งและพลังอดทนของพลังสวรรค์มากกว่าที่เธอนั้นคาดไว้อย่าางมาก ซึ่งเป็นชั่วโมงที่สองแล้ว ที่เขาเริ่มเคลื่อนไหวแปลกๆ นั้นก็คือเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็วซึ่งมันทำให้เธอสงสัยอย่างมาก หรือว่านี้คือความสามารถของวิชาเทพอมตะที่ทำให้เขานั้นสามารถที่จะดึงดูดพลังสวรรค์จากรอบตัวของเขาได้อย่างง่ายดายไม่เหมือนกับวิชาการฝึกพลังสวรรค์อื่นๆ

“พักกันก่อน!” ซางกวน ปิงเอ้อก็หยุดลง แม้ว่าด้วยความเร็วของทั้งสองที่จัดได้ว่าสูงมากแล้ว แต่การเดินทางในช่วงเช้าของเขาก็ยังคงอยู่ในป่าดารา และการที่เขาจะสามารถออกไปจากพื้นป่าที่ใหญ่ได้นั้น เขาต้องใช้เวลาถึงเย็นและยังต้องลงระดับความเร็วเช่นนี้อีกด้วย

โจว เว่ยชิงก็หย่อนก้นลงนั่งแล้วพิงกับต้นดาราที่อยู่ตามทางพร้อมกับหอบหายใจและเครื่องโชกไปทั้งตัว แต่อย่างไรก็ตามเขาก็พบว่าความสามารถที่สุดยอดของพลังสวรรค์ของเขานั้นเมื่อหมดลงกระแสน้ำวนทั้งสี่นั้นจะหมุนและดูดพลังสววรค์รอบตัวเขาเข้ามาเต็มสปีดเพื่อเพิ่มพลังสวรรค์ในร่างกายของเขาเองโดยที่ไม่ต้องตั้งสมาธิเลย


ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
Advertisements