HJC เล่ม 2 ตอนที่ 10.2

ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป

ตอนที่ 10 ศาสตราวุธอัญมณีกายและผนึกเวทย์อัญมณีธาตุ (2)

“ความหมายของคำว่าศาสตราวุธอัญมณีกายนั้นคือการที่อัญมณีกายนั้นสามารถที่จะเปลี่ยนรูปร่างของมันให้กลายเป็นอาวุธ ชุดเกราะหรือรูปร่างอื่นๆ ซึ่งเมื่อมันได้เปลี่ยนรูปของมันแล้ว มันจะยังมีคุณสมบัติของอัญมณีกายนั้นอยู่ด้วย จึงทำให้มันเป็นอาวุธที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน นี้คือสิ่งที่ข้าบอกเจ้าไปก่อนหน้านี้เรื่องตัวช่วย สำหรับข้านั้นลูกศรลอบเร้นสังหารของข้านั้นสามารถที่จะโจมตีศัตรูในมุมไหนก็ได้ในรัศมี 500 เมตรจากตัวข้า และยังเร็วกว่าธนูธรรมดาทั่วไปถึงสามเท่า และยังสามารถทะลวงเกราะได้อีกด้วย ซึ่งตราบเท่าที่ข้านั้นมีพลังสวรรค์มากพอ ข้าก็สามารถเรียกมันใช้ได้เรื่อยๆ แต่ด้วยระดับของข้า พลังสวรรค์ขั้นที่ 8 ข้าสามารุถปล่อยลูกศรนี้ได้สูงสุด 12 ลูก”

ธนูลอบเร้นสังหารหยกมังกรหินนั้นก็ทำการเปลี่ยนรูปของมันกลับเป็นอัญมณีกายและกลับคืนไปยังข้อมือของซางกวน ปิงเอ้ออีกครั้ง ในตอนนี้โจว เว่ยชิงได้ทำการสูดหายใจเข้า เพราะแม้ว่าเขานั้นจะรู้ว่าผู้ใช้อัญมณีนั้นเก่งกาจมา แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะเก่งกาจได้ขนาดนี้ เขารู้สึกโชคดีมากในวันนั้นที่ซางกวน ปิงเอ้อตัดสินใจปล่อยเขาไปไม่เช่นนั้นแล้ว …..

ซางกวน ปิงเอ้อนั้นแสดงอาการภูมิใจใดๆเลยเมื่อเธอนั้นแสดงความสามารถของลูกศรลอบเร้นสังหารแต่เธอกลับรู้สึกผิดหวังขึ้นมาแทน “เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าก็ได้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างอัญมณีพลังที่มีตัวช่วยและไม่มีแล้ว เพื่อที่จะรวมศาสตราวุธกับอัญมณีกายได้นั้น เจ้าต้องซื้อคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธ แต่อย่างไรก็ตามราคาของคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธนั้นสูงมาก และโอกาสที่จะหลอมรวมได้สำเร็จนั้นก็มีต่ำมาก สำหรับประเทศเล็กๆอย่างจักรวรรดิธนูสวรรค์นั้น จึงไม่สามารถที่จะมีเงินมากพอที่จะสนับสนุนได้ นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมจำนวนผู้ใช้อัญมณีของจักรวรรดิเรานั้นถึงมีน้อย และผู้ใช้อัญมณีส่วนใหม่ก็ไม่มีตัวช่วยเหล่านี้เลย ดังนั้นข้าจึงเลือกที่จะเป็นนักธนู เพราะถ้าข้าอยู๋ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้ตัวช่วยนี้ได้นั้น การเป็นนักธนูก็ยังสามารถที่จะใช้พลังของอัญมณีกายได้ “

ขณะที่ซางกวนปิงเอ้อพูดอยู่นั้น เธอก็ดึงธนูรุ่งอรุณสีม่วงอีกครั้งแต่คราวนี้เธอนั้นใช้เพียงลูกศรธรรมดา และเมื่อดึงคันธนูจนสุดแล้วอัญมณีธาตุทัวร์มาลีนราชันย์ของเธอที่ข้อมือซ้ายก็ประกายแสงสีแดงขึ้นมา ก่อนที่มันจะรวมตัวกับธนูรุ่งอรุณสีม่วงและลูกศรนั้น จากนั้นลูกศรก็พุ่งออกไปเป็นประกายแสงสีแดงพุ่งตรงทะลวงต้นดาราที่อยู่ห่างออกไป 50 เมตร

“อัญมณีกายนั้นสามารถเพิ่มความเร็วในการยิงธนูให้มากกว่านักธนูทั่วไป ในขณะที่อัญมณีธาตุลมนั้นก็เพิ่มความเร็วและพลังทะลุทะลวงของลูกศร และเมื่อพลังทั้งสองรวมกัน มันจะเพิ่มพลังโจมตีอย่างมหาศาล ดังนั้นการที่ข้าเลือกที่จะเป็นนักธนูก็เพื่อที่จะใช้ความสามารถของอัญมณีกายและอัญมณีธาตุได้อย่างเต็มที่

โจว เว่ยชิงนั้นพยักหน้าก่อนจะถามว่า “แล้วเรื่องของผนึกเวทย์อัญมณีธาตุล่ะครับ?”

ซางกวน ปิงเอ้อจึงพูดขึ้นว่า “ถ้าศาสตราวุธอัญมณีกายนั้นให้อาวุธแก่พวกเรา ดังนั้นผนึกเวทย์อัญมณีธาตุก็จะให้ทักษะเวทย์แก่เรา ดูนี่สิ”

เธอยกมือซ้ายขึ้นมาและหนึ่งในอัญมณีทัวร์มาลีนราชันย์ก็รวบรวมพลังงานบนฝ่ามือของเธอและทันใดนั้นก็มีแสงเขียวหนาพุ่งออกมาฝ่าเธอและเคลื่อนไหวตามปลายนิ้วของเธอ ขณะที่เธอสะบัดนิ้วของเธอไปมาก็เกิดเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ที่มีขนาดกว้างหนึ่งหลา 3 ชิ้นลองอยู่ตรงหน้าเธอ จากนั้นดาบวายุนี้ก็หมุนรอบตัวโจว เว่ยชิงและซางกวน ปิงเอ้อ ซึ่งดาบวายุนั้นสร้างเสียงตัดอากาศออกมาทำให้โจว เว่ยชิงนั้ขนหัวลุก

“นี้เป็นผนึกเวทย์แรกของอัญมณีธาตุของข้า ดาบวายุ มันเป็นทักษะการต่อสู้ระยะประชิดซึ่งมีระยะประมาณ 30 เมตร โดยทั่วไปแล้วอาวุธของอัญมณีกายและเวทย์ของอัญมณีธาตุนั้นจะเติมเต็มซึ่งกันและกัน ให้สมดุลระหว่างการโจมตีและป้องกัน ใกล้และไกล เพื่อที่จะดึงพลังของผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ออกมาให้สูงที่สุด แม้ว่าผู้ใช้อัญมณีนั้นจะมีศาสตราวุธหรือผนึกเวทย์เดียวกันแต่เมื่อมันอยู่ในมือของผู้ใช้อัญมณีสวรรค์แล้วล่ะก็ พลังนั้นจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่น ดาบวายุนี้ถ้าเป็นผู้ใช้อัญมณีลมทั่วไปแล้วจะสร้างดาบวายุได้น้อยกว่าข้าหนึ่งเล่ม

“อย่างที่ข้าบอกไปว่าศาสตราวุธอัญมณีกายนั้นจำเป็นต้องซื้อคัมภีร์ผนึกศาสตราวุธจากผู้สร้างศาสตราวุธซึ่งมีราคาที่สูงมากๆ แต่อย่างไรก็ตาม การผนึกเวทย์ของอัญมณีธาตุนั้นยากยิ่งกว่า เพราะมันต้องใช้อัญมณีธาตุในการผนึกเวทย์จากสัตว์สวรรค์ นอกจากนี้แล้วอัญมณีเวทย์หนึ่งชิ้นนั้นสามารถผนึกเวทย์ได้เพียงแค่หนึ่งอย่าง แต่สัตว์สวรรค์นั้นมีทักษะมากมาย ถ้าไม่พูดถึงความยากในการจัดการกับสัตว์สวรรค์แล้ว ถ้าเจ้าผนึกเวทย์จากสัตว์สวรรค์แล้วได้เวทย์ที่ไม่เหมาะกับความสามารถของเจ้าแล้วล่ะก็ มันก็ทำให้เจ้านั้นสูญเสียอัญมณีไปหนึ่งชิ้นเลยทีเดียว ดังนั้นเมื่อต้องการจะผนึกเวทย์ลงในอัญมณีธาตุของพวกเขา ผู้ใช้อัญมณีทุกคนจะระวังมากและยอมที่จะเสียเงินมหาศาลเพื่อไปยังตำหนักผนึกเวทย์ เพื่ออย่างน้อยจะได้ทักษะที่ใช้ได้กลับมา

ตอนนี้โจว เว่ยชิงนั้นเข้าแล้วว่าการเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นยากเย็นแค่ไหน มันไม่ใช่เพียงแค่ยากในการฝึกตนแต่รวมถึงการหาผู้สร้างศาสตราวุธและตำหนักผนึกเวทย์ด้วย เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขานั้นรู้สึกปวดหัวขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามซางกวน ปิงเอ้อนั้นก็ทำให้เขานั้นเข้าใจหนึ่งอย่างว่าผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่ไม่มีศาสตราวุธและผนึกเวทย์นั้นอ่อนแอกว่ามาก

ซางกวน ปิงเอ้อเมื่อมองไปยังโจว เว่ยชิงที่ครุ่นคิดอย่างจริงจัง มันทำให้เธอนั้นรู้สึกพอใจอย่างมา แม้ว่าในใจของเธอนั้นจะยังไม่ยอมรับเรื่องในวันนั้น แต่การที่เธอมีวันนี้ได้ก็เพราะสิ่งที่จักรวรรดิธนูสวรรค์นั้นให้แก่เธอ ดังนั้นเธอจึงจงรักภักดีกับจักรวรรดิอย่างมาก และยอมที่จะให้จักรวรรดิธนูสวรรค์ นั้นมีผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาอีกคน ไม่เช่นนั้นแล้ว เธอจะปล่อยให้โจว เว่ยชิงนั้นรอดมาถึงตอนนี้ได้อย่างไร แต่เมื่อถึงตอนนี้ เมื่อเห็นภาพสายตาที่จริงจังและเคร่งขรึมของเขา เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย

“เจ้าอ้วนน้อยโจว ถ้าเจ้าอยากจะศาสตราวุธลงในอัญมณีกาย เจ้าจะใส่ศาสตราวุธอะไร” ซางกวน ปิงเอ้อถามอย่างใจเย็น

โจว เว่ยชิงตอบโดยไม่ลังเลเลยว่า “แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นชุดเกราะ และเป็นเกราะแบบครบเซ็ตทั้งตัวและมีหมวกด้วย ถ้าจะให้ดีก็ต้องเป็นเกราะที่ไม่มีวันแตก วะฮ่าฮ่าฮ่า! “

ซางกวน ปิงเอ้อก็โกรธขึ้นมาก่อนจะเตะไปที่ก้นของโจว เว่ยชิง “นี้เจ้าจะทำตัวดีๆกว่านี้หน่อยไม่ได้เลยหรือ? นี้เจ้ากลัวตายมากขนากนั้นเลยเหรอ? “

โจว เว่ยชิงก็จับที่ก้นเขาพร้อมกับใบหน้าที่ทุกข์ทรมานจากการได้ครับความอยุติธรรมก่อนจะพูดขึ้นว่า “มนุษย์ที่ไม่กลัวตายจะถูกประณามจากฟากฟ้าและผืนดิน ข้าเพิ่งมีอายุไม่กี่ปี ข้านั้นยังอยากมีชีวิตที่อยู่นานกว่านี้!”

ซางกวน ปิงเอ้อกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าควรจะหยุดฝันกลางวันซะดีกว่า ความคิดของเจ้านั้นเป็นไปไม่ได้เลย ปริมาณของอุปกรณ์ของอัญมณีแต่ละชิ้นนั้นมีจำกัด ซึ่งอย่างมากสุดก็ได้เพียงแค่ดาบยาวหรือคันธนู และการก่อตัวเกราะครบชุดนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย”

โจว เว่ยชิงกระพริบตาและกล่าวว่า “ท่านไม่สามารถจะพูดเช่นนั้นได้ ถ้าหาอัญมณีแรกของข้านั้นใช้เป็นหมวกแล้ว อัญมณีที่สองก็จะเป็นเกราะกันหัวใจ และซักวันข้าจะทำให้มันครบทั่วทั้งตัว”

 

“จะ … เจ้า …… ” ซางกวน ปิงเอ้อที่โกรธจนสั่นไปทั้งตัวและมองไปยังโจว เว่ยชิงที่หัวเราะและท่าทางที่ขี้เล่นของเขา ทำให้ความโกรธและความในพอใจในช่วงหลายวันมานี้ประทุขึ้นมาก่อนที่เธอจะหลั่งน้ำตาออกมา เธอนั้นพยายามกัดริมฝีปากเพื่อบังครับตัวเองไม่ให้ส่งเสียงออกมา

“เอ่อ …… ” เมื่อโจว เว่ยชิงนั้นเห็นซางกวน ปิงเอ้อเริ่มร้องไห้ จู่เขาก็รู้สึกเจ็บราวกับโดนมีดแทงเข้าที่ขั้วหัวใจก่อนที่จะขยับเข้าไปข้างเธอย่างช้าๆ “โอ๋ โอ๋ อย่าร้อง ถ้าเจ้าร้องไห้เช่นนี้ ใบหน้าที่สวยงามของเจ้าก็แปดเปื้อนหมดสิ”


ตอนก่อนหน้านี้ Ouo.io ตอนต่อไป
ตอนก่อนหน้านี้ Direct ตอนต่อไป
Advertisements