HJC เล่ม 1 ตอนที่ 7.3

ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป


ตอนที่ 7 คำสัญญา 3 ประการ (3)

โจว เว่ยชิงนั้นยิ้มอย่างเจือนๆก่อนกล่าวว่า “แต่ถ้าหากข้าพูดความจริงไปละก็ ข้าก็ไม่สามารถที่จะเข้าร่วมกับกองทัพได้แน่ ที่จริงข้านั้นเกิดในตระกูลที่มีฐานะดี แต่ตั้งแต่เด็กนั้นพ่อข้ามักจะโกรธข้าเสมอที่ข้านั้นเป็นเพียงแค่เศษสวะ ข้านั้นโกรธและตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมกองทัพ และพยายามที่จะสร้างชื่อเสียงด้วยตัวเองก่อนที่จะกลับไปยังบ้านของข้า บิงเอ้อ … ไม่สิ … ท่านผู้บัญชาการ โปรดเชื่อข้าซักครั้งหนึ่งได้ไหม? กรุณาอย่าถามข้าถึงเรื่องครอบครัวของข้าอีกเลย ข้าสาบานด้วยชีวิตของข้าว่า ข้านั้นไม่ใช่คนเลวอย่างนั้น และข้าจะดูท่านด้วยชีวิตของข้า”

“ใครอยากจะให้เจ้ามาทำดีกับข้ากัน” ชางกวน บิงเอ้อนั้นโกรธขึ้นอีกครั้งและมันทำให้เธอรู้ว่าสิ่งที่โจว เว่ยชิงพูดไปก่อนหน้านี้นั้นเป็นเพียงแค่การแสดงของเขาและไม่มีความจริงใจอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม เธอรู้สึกใจอ่อนลงเล็กน้อย

“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะไม่ถามเรื่องครอบครัวของเจ้าว่ามาจากที่ใด แต่ต่อไปนี้เจ้าจงให้คำมั่นสัญญากับข้า 3 ข้อ เจ้าต้องสาบานด้วยอัญมณีสวรรค์ของเจ้า จากนั้นข้าจะให้วิธิการฝึกพลังสวรรค์สำหรับผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ เจ้าจะตกลงหรือไม่? “

โจว เว่ยชิงพยักหน้าซ้ำๆ “ได้ครับผม” สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือวิชาเพื่อใช้ฝึกพลังสวรรค์ นอกจากนี้แล้วชางกวน บิงเอ้อจะเป็นคนสอนเขาอีกด้วย คำสาบานนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

สีหน้าของชางกวน บิงเอ้อนั้นโล่งอกลงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “ข้อแรกเจ้าสัญญาว่าเจ้าจะจงรักภักดีต่อจักรวรรดิธนูสวรรค์ไม่ว่าเจ้าจะเก่งกาจไปถึงระดับไหนก็ตามในอนาคต เจ้าจะเป็นคนของจักรวรรดิธนูสวรรค์ตลอดไป”

โจว เว่ยชิงนั้นพยักหน้าและให้คำสาบานทันที เพราะอย่างไรก็ตาม เขานั้นก็เคยให้คำสาบานเช่นนี้ไปเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ ต่อหน้าพ่อของเขาและจักรพรรดิ์ไดเฟิงลิ่น ซึ่งการจะพูดอีกครั้งก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร

“ข้อที่สอง จากนี้ต่อไป เจ้าจะไม่ต้องไม่บอกกับใครหรือแสดงตัวว่าเจ้านั้นเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้อ เว้นเพียงแต่ว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ไม่อย่างนั้นเจ้าห้ามใช้พลังของมันโดยเด็ดขาด”

“เอ๋…?” ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พลังของข้าอย่างงั้นหรือ? แล้วจะให้ข้าฝึกไปทำไมละ?” โจว เว่ยชิงถามด้วยความสงสัย

ชางกวน บิงเอ้อบ่นด้วยความโมโห “เจ้าโง่ เจ้าคิดว่าการที่เจ้านั้นมีอัญมณีในตำนานอย่างอะเลกซานไดรต์ตาแมวแล้วเจ้าจะไร้เทียมทานแล้วอย่างงั้นหรือ? ถ้าหากประเทศอื่นๆรู้เรื่องนี้ละก็ พวกเขาได้ส่งนักฆ่ามาเป็นขโยงเพื่อสังหารเจ้าแน่ ก่อนที่เจ้าจะมีพลังมากพอที่จะปกป้องตัวเจ้าได้ เจ้าต้องซ่อนพลังที่แท้จริงไว้ก่อน”

โจว เว่ยชิงเข้าใจสิ่งที่เธอพูดและรีบกล่าวว่า “ถ้าเจ้าห่วงใยข้าเช่นนี้ ข้าขอให้คำสัตย์สาบานตามนั้นก็ได้” จากนั้นเขาก็กล่าวคำสาบานอย่างรวดเร็ว

ชางกวน บิงเอ้อมองไปที่เจ้าอ้วนโจวอย่างเย็นชาและพูดกับเขาว่า “สุดท้ายนี้ ไม่ว่าในอนาคตเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหนก็ตาม เจ้าจะไม่ต้องไม่บังคับข้าให้ฝืนใจในการทำสิ่งต่างๆ เข้าใจหรือไม่”

โจว เว่ยชิงผงะ “นี้เจ้ากลัวว่าข้านั้นจะแข็งแกร่งกว่าเจ้า และบังคับให้เจ้าอยู่กับข้าอย่างงั้นหรือ?”

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม!!” ชางกวน บิงเอ้อกล่าวอย่างเคร่งขรึม

รอยยิ้มบนใบหน้าของโจว เว่ยชิงก็หายไป “ชางกวน บิงเอ้อเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นอย่างงั้นหรือ? ถึงแม้ว่าเมื่อวานมันจะเป็นความผิดของข้า แต่ข้าเองนั้นก็ไม่ได้วางแผนหรือตั้งใจจะให้มันเกิดขึ้น จนทำเรื่องแบบนั้นกับเจ้า ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตข้าจะต้องหาวิธีที่จะตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน แต่เจ้าอย่าได้คิดดูถูกข้า ข้าโจว เอ๊ย … เจ้าอ้วนโจว ไม่ว่าข้าจะเลวแค่ไหน ข้าก็จะไม่บังคับหญิงใดให้มาหลงรักข้าอย่างแน่นอน ข้าเจ้าอ้วนโจว ขอสาบานว่าข้าจะไม่บังคับให้ชางกวน บิงเอ้อทำสิ่งใดๆที่ขัดกับเจตจำนงของนาง”

เมื่อมองไปที่โจว เว่ยชิงที่โกรธเล็กน้อย ชางกวน บิงเอ้อรู้สึกผิดในใจเล็กๆ แต่เธอก็รู้สึกโล่งใจและคิดในใจว่า แม้ว่าเจ้าบ้านี้จะน่ารำคาญแค่ไหน แต่อย่างน้อยเขาก็มีจุดดีของเขาอยู่บ้าง

อนิจจาเธอไม่ได้รู้ว่าเจ้ากะล่อนโจว เว่ยชิงนี้นั้น แม้ว่าเขาจะสาบานด้วยความจริงใจ แต่เขาก็สร้างเส้นทางหลบหนีให้กับตัวเองไว้ เพราะว่าคำสาบานทั้งหมดนั้น เขาสาบานภายใต้นามแฝงของเขา นั้นคือเจ้าอ้วนโจว ซึ่งไม่ใช่ชื่อจริงๆว่าโจว เว่ยชิง

เมื่อทั้งสองสบตากัน โจว เว่ยชิงนั้นเห็นถึงความเศร้าที่หลบซ่อนอยู่ในดวงตาของชางกวน บิงเอ้อ เพราะอย่างไรก็ตามมันก็เป็นสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบเนื่องเขาได้พรากสิ่งที่สำคัญที่สุดของเธอไปแล้ว

“ท่านผู้บัญชาการอย่าโกรธข้าอีกเลย ในภายภาคหน้าข้าจะเชื่อฟังท่านทุกอย่าง ถ้าหากคุณให้ข้าขโมยไก่ ข้าก็จะไม่เตะหมา และทำตามทุกอย่างที่ท่านขอ “

ผู้แปล ENG : 偷鸡摸狗เป็นสำนวนจีนซึ่งแปลได้ว่า ขโมยไก่เตะหมาซึ่งหมายถึงการก่อความผิดเล็กๆน้อยๆ ซึ่งโจว เว่ยชิงนั้นเล่นสำนวนตรงนี้

ชางกวน บิงเอ้อมองดูในตาของโจว เว่ยชิงหลังจากที่ฟังคำพูดของเขา ซึ่งมันทำให้เธอนั้นหัวเราะออกมา “ใครจะให้เจ้าไป ‘ขโมยไก่เตะหมา’ กัน เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนยังไง?”

โจว เว่ยชิงนั้นรู้สึกดีใจที่เห็นชางกวน บิงเอ้อหัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็ได้ยินชางกวน บิงเอ้อพูดด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมว่า“เอาล่ะ นั่งลงซะ ตอนนี้ข้าจะสอนทุกอย่างที่ข้ารู้เกี่ยวกับผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ เจ้าต้องจำไว้ว่า เจ้าต้องพยายามฝึกตนให้หนักเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น”

เมื่อได้ยินว่าเธอนั้นจะสอนวิชาฝึกพลังสวรรค์สำหรับผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ โจว เว่ยชิงนั้นแทบจะกระโดดโลนเต้นขึ้นมาแต่เขาทำได้เพียงแค่พยักหน้าอย่างจริงจัง

ชางกวน บิงเอ้อพูดว่า “ความภาคภูมิใจของมนุษย์คือเป็นเผ่าที่มีความเฉียวฉลาด การฝึกตนนั้น พวกเราจะพรสวรรค์ในการดึงพลังงานรอบตัวเข้ามาซึ่ง พลังงานนั้นเรียกว่าพลังสวรรค์ พลังสวรรค์นั้นเป็นพลังงานพื้นฐานของทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้อัญมณีกาย,อัญมณีธาตุและอัญมณีสวรรค์ ล้วนใช้พลังสวรรค์ทั้งสิ้น สำหรับผู้ใช้อัญมณีกายและอัญมณีธาตุ อัญมณีพลังจะตื่นขึ้นเมื่อถึงมีพลังสวรรค์ถึงขั้นที่ 3แต่อัญมณีถัดไปอีก 2 ชิ้นจะใช้พลังสวรรค์เพียงแค่ 2 ขั้นเพื่อปลุกมันขึ้นมาในแต่ละชิ้น แต่หลังจากนั้น อัญมณีจะเพิ่มขึ้นมาอีกเมื่อพลังสวรรค์เพิ่มระดับทุกๆ 3 ขั้น จนกระทั่งอัญมรีทั้ง 9 ตื่นขึ้นมา แต่สำหรับผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นจำเป็นต้องใช้พลังสวรรค์มากกว่าปกติเพื่อปลุกอัญมณีสวรรค์ตื่นขึ้นมา “

“สำหรับผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ พวกเราจำเป็นต้องมีพลังสวรรค์ขั้นที่ 4 ก่อนถึงจะปลุกอัญมณีพลังให้ตื่นขึ้นมาได้ ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ข้ารู้ว่าเจ้านั้นมีพลังสวรรค์ในขั้นที่ 4 แล้ว และจากนี้ไปอัญมณีสวรรค์จะตื่นขึ้นเมื่อฝึกพลังสวรรค์ครบทุกๆ 4 ขึ้น และผู้ใช้อัญมณีสวรรค์สามารถมีอัญมณีได้สูงสุดถึง 12 ชิ้นและสามารถฝึกพลังสวรรคืได้จนถึงขั้นสูงสุดนั้นคือพลังสวรรค์ระดับท่องแท้ นั้นเป็นสาเหตุว่าทำไมผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ถึงต้องใช้ความอดทนต่อการฝึกพลังสวรรค์ที่มากกว่า และการฝึกตนของพวกเรานั้นเรียกว่า ’12 อัญมณีเปลี่ยนชะตาฟ้าลิขิต’ “

โจว เว่ยชิงนั้นตั้งใจฟังเรื่องราวครั้งนี้เป็นอย่างมากเพราะ เขานั้นอยากจะรู้เรื่องราวของอัญมณีสวรรค์มากว่านี้ และเขานั้นก็ฟังชางกวน บิงเอ้ออธิบายโดยที่ไม่ละสายตาจากเธอเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเธอพูดจนมาถึงตอนนี้ชางกวน บิงเอ้อก็จุดไฟตะเกียงที่เธอนำมาด้วย เป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดของเต็นท์ เมื่อมองไปที่ใบหน้าอันสวนงามของเธอ หัวใจโจว เว่ยชิงนั้นรู้สึกสั่นสะท้านด้วยวัยเพียง 13 ปี จึงทำให้เขานั้นยังไม่รู้การวางตัวมากเท่าหร่โดยเฉพาะกับชางกวน บิงเอ้อซึ่งพวกเขานั้นมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน ทำให้หัวใจของเขานั้นเต้นอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ความอยากรู้ในเรื่องของผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นน่าสนใจยิ่งกว่า ทำให้เขานั้นไม่แสดงท่าทางที่ทะลึ่งออกมา

ชางกวน บิงเอ้อยังคงพูดต่อไปว่า “ข้าลองศึกษาวิชาเทพอมตะของเจ้าก่อนหน้านี้แล้ว เจ้าบอกว่าเมื่อคืนนั้น เจ้าได้ทะลวงจุดตายทั้ง 4 ไปแล้วอย่างงั้นเหรอ?”

โจว เว่ยชิงพยักหน้า

ชางกวน บิงเอ้อขมวดคิ้วของเธอก่อนพูดต่อไปว่า “นี้เจ้ารู้ไหมว่าถ้าเจ้าเลือกวิธีการฝึกพลังสวรรค์ใดแล้ว เจ้าไม่สามารถเปลี่ยนวิธีได้ เนื่องจากเจ้าฝึกวิชาเทพอมตะไปแล้วมันจึงไม่มีทางเลือกอื่นดังนั้นเจ้าจึงต้องฝึกวิชานี้ต่อไป่ วิชานี้เป็นวิชาที่มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์อย่างมากนอกจากนี้วิธีในการฝึกวิชานี้ก็ค่อนข้างอันตรายอย่างมากด้วย”

“เอ๋…? ข้าไม่สามารถเปลี่ยนวิชาที่ใช้ในการฝึกได้อย่างงั้นหรือ? “ โจว เว่ยชิงถามด้วยความตกใจ

ชางกวน บิงเอ้อพยักหน้า “ใช้แล้ว แต่เจ้าไม่ต้องกลัว แม้ว่าวิธีการฝึกวิชานี้จะดูหน้ากลัว แต่ส่วนที่ยากที่สุดคือการทะลวงจุดตายจุดแรก ซึ่งเจ้าก็ทะลวงมันไปแล้ว 4 จุด ข้าเชื่อว่ามันจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ถ้าสิ่งที่เจ้าพูดมาก่อนหน้านี้เป็นจริง เจ้ามุกดำที่เจ้ากลืนลงไปนั้นมันคงมีพลังที่จะปกป้องเจ้าอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกพลังสวรรค์นั้นเมื่ออยู่ในระดับที่สูงขึ้น การฝึกมันก็จะยากขึ้นตามไปด้วย เจ้าต้องเตรียมตัวและเตรียมใจไว้ละ”

โจว เว่ยชิงพยักหน้าและพูดให้กำลังใจตัวเอง “ข้าจะพยายามและฝึกตนอย่างหนักเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน” ในที่สุดเขาก็ได้รับโอกาสจากสวรรค์ และเขาสาบานว่าจะไม่กลับการเป็นเศษสวะอย่างเช่นอดีตที่ผ่านมาอีกแล้ว


ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป

Advertisements