HJC เล่ม 1 ตอนที่ 6.4

ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป


ตอนที่ 6 – เครื่องสังเวยและอะเลกซานไดรต์ตาแมว (4)

โจว เว่ยชิงนั้นไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะยื่นมือซ้ายใหักับชางกวน บิงเอ้อ

เมื่อเธอดูที่อัญมณีธาตุที่ข้อมือซ้ายของโจว เว่ยชิง ชางกวน บิงเอ้อก็ตัวสั่นไปทั้งตัวและสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธก็เหมือนตกอยู่ในภวังค์ “อะเลกซานไดรต์ … อะเลกซานไดรต์ตาแมว มันเป็นอะเลกซานไดรต์ตาแมวจริงๆ ทำไม? ทำไมสวรรค์นั้นถึงล้อฉันเล่นแบบนี้ ทำไมถึงให้เจ้าบ้านี้มีอะเลกซานไดรต์ตาแมว” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

การเปลี่ยนหัวข้อสนทนานั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการระงับความโกรธของผู้คน ฉะนั้นโจว เว่ยชิงจึงอาศัยโอกาสนี้ถามเบาๆว่า “ผู้บัญชาการกองพัน อัญมณีอะเลกซานไดรต์ตาแมวคืออะไรงั้นเหรอครับ? ทำไมผมถึงไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย”

ชางกวน บิงเอ้อกล่าวพึมพำ “อะเลกซานไดรต์เป็นอัญมณีชนิดพิเศษซึ่งอยู่ในตระกูลอัญมณีไพฑูรย์ ภายใต้แสงอาทิตย์มันจะให้สีฟ้าเขียวและอัญมณีที่สวยที่สุดนั้นจะให้สีหยกมรกต ส่วนตอนกลางคืน เมื่ออยู่ใต้แสงโคมไฟหรือแสงเทียน จะกลายเป็นสีกุหลายแดงหรือแดงอมม่วง ซึ่งอาจจะรู้จักกันในนามของมรกตใต้แสงอาทิตย์ ทับทิมยามค่ำคืน ในโลกของอัญมณีนั้น มันคืออัญมณีที่หาได้ยากที่สุด และอัญมณีอะเลกซานไดรต์นั้นมีรอยตาแมว มันจะกลายเป็นอะเลกซานไดรต์ตาแมว ซึ่งในโลกนั้นเป็นอัญมณีที่มีค่ามากที่สุด และมีค่ามากกว่าเพชรถึงร้อยเท่า”

โจว เว่ยชิงนั้นไม่เคยได้ยินเรื่องอัญมณีอะเลกซานไดรต์ตาแมว แต่เมื่อมองดูใกล้ๆ ก็พบว่ามันจะเปลี่ยนสีไปตามดวงอาทิตย์ที่ขึ้นมา จากสีฟ้าเข้มนั้นค่อยๆกลายเป็นสีเขียวและรอยตาแมวก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

“คุณหมายความว่า อัญมณีธาตุของผมนั้นเป็นอะเลกซานไดรต์ตาแมวอย่างงั้นเหรอ? แล้ว… แล้วมันมีคุณสมบัติอะไรบ้าง” โจว เว่ยชิงนั้นถามด้วยความสงสัยจนลืมไปว่าลูกธนูนั้นจ่ออยู่ที่คอของเขา

ชางกวน บิงเอ้อนั้นยังสับสนอยู่จึงตอบไปว่า “อะเลกซานไดรต์นั้นเป็นอัญมณีที่มีเฉพาะสำหรับผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ นอกจากที่มันจะมีคุณภาพที่สูงแล้ว ยังมีคุณสมบัติธาตุที่แข็งแกร่งกว่า นอกจากนี้มันยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งสำหรับผู้ใช้อัญมณีสวรรค์คือการมีคุณสมบัติธาตุหลายชนิด ซึ่งเมื่อผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นมีคุณสมบัติธาตุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป อัญมณีธาตุนั้นจะกลายเป็นอัญมณีอะเลกซานไดรต์”

โจว เว่ยชิงกระพริบตาและกล่าวว่า “นั้นก็หมายความว่าข้านั้นมีคุณสมบัติธาตุที่มากกว่าสองธาตุสินะ? แล้วมันไม่ดีกว่าการมีคุณสมบัติธาตุเดียวอย่างงั้นเหรอ? “

ชางกวน บิงเอ้อเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ ตอนนี้ความสับสนของเธอหายไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่แทนที่ด้วยสายตาที่ค่อนข้างซับซ้อน เธอส่ายหัวของเธอและขยับลูกธนูในมือของเธอเล็กน้อย – โจว เว่ยชิงจึงรู้สึกเจ็บแปล๊บก่อนที่จะหุบปากของเขาและสั่นไปทั้งตัว “มันไม่ใช่แค่ 2 คุณสมบัติ แต่มันมากกว่า 4 ต่างหากละ อะเลกซานไดรต์ตาแมวนั้นเป็นอัญมณีธาตุในตำนาน เมื่อมันก่อกำเนิดขึ้นมา นั้นหมายความว่าผู้ใช้อัญมณีสวรรค์จะมีคุณสมบัตธาตุตั้งแต่ 4 ชนิดขึ้นไป”

โจว เว่ยชิงมองที่ชางกวน บิงเอ้ออย่างมึนงงและเขาก็เริ่มหัวเราะ “นี้ฉันกลายเป็นตำนานอย่างงั้นเหรอ?” จากการเป็นเศษสวะต่อหน้าผู้คนมา 13 ปี จู่ๆก็กลายเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ในตำนาน แม้ว่าตอนนี้เขาจะเผชิญหน้าต่อความตายอยู่ มันก็ทำให้เจ่ากระล่อนนี้รู้สึกภูมิใจในตัวเองอยู่ไม่น้อย

ความรู้สึกของชางกวน บิงเอ้อตอนนี้นั้นซับซ้อนจนยากจะอธิบาย แม้ว่าโจว เว่ยชิงนั้นจะเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ทั่วไป เธอก็ไม่สามารถที่จะฆ่าเขาในตอนนี้ได้ หลังจากที่เธอนั้นไล่ตามเขาออกมาจากเต็นท์เธอนั้นก็ได้ตัดสินใจไว้แล้ว เธอนั้นรู้ดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนั้นเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ เมื่ออัญมณีสวรรค์ของโจว เว่ยชิงตื่นขึ้นเมื่อวานและเขานั้นต้องการหาเครื่องสังเวยซึ่งเธอนั้นเกิดไปอยู่ตรงนั้นพอ ซึ่งตามที่เธอได้รู้นั้นโจว เว่ยชิงนั้นไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้ และปกติแล้วผลที่ตามมานั้นเธอจะต้องตาย แต่ว่าเธอนั้นก็รอดมาได้ ซึ่งนั้นหมายความว่าจิตใจที่มั่นคงของโจว เว่ยชิงที่ยั้งมือของเขาไว้ในวินาทีสุดท้ายทำให้เธอรอดมาได้ แม้ว่าเขานั้นจะสร้างความผิดร้ายแรงแก่เธอ แต่เขานั้นก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำ เพราะยังไงเขาก็ไม่ได้มีสติในช่วงเวลานั้น และถูกควบคุมด้วยคุณสมบัติปีศาจในตอนนี้อัญมณีสวรรค์ของเขานั้นตื่นขึ้น

แต่เธอจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆอย่างงั้นเหรอ? ถึงแม้ว่าชางกวน บิงเอ้อจะไม่อยากเอาเรื่องกับเจ้าอ้วนโจวก็ตามแต่เธอเองก็ไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้ง่ายๆเช่นกัน มีเด็กสาวคนไหนบ้างที่ไม่ได้ฝันถึงความรักที่สวยงาม? ในใจของเธอเองเคยวาดภาพฝันไว้ว่า คนที่จะแต่งงานกับเธอนั้นจะต้องเป็นชายหนุ่มรูปงาม ที่อ่อนน้อมถ้อมตน มีคุณธรรมและอ่อนโยนถ้าเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ด้วยจะดีมาก นอกจากนี้ชายคนนั้นจะต้องดูแลเธอและรักเธอราวกับเป็นชีวิตของเขา แล้วเธอจะมอบร่างกายของเธอในคืนที่แต่งงานเท่านั้น

แต่ตอนนี้ความฝันทั้งหมดได้พังทลายแล้วสูญสลายไปจนหมดสิ้น ความบริสุทธิ์ของเธอนั้นถูกทำให้แปดเปื้อนด้วยเจ้าบ้าที่หน้าตาใสซื่อแต่ข้างในนั้นเต็มไปด้วยความกะล่อน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความรัก พวกเขานั้นแทบจะไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำไป

ในใจของเธอนั้นอยากจะมองข้ามทุกสิ่งแล้วก็ฆ่าเขาซะ แต่ด้วยเหตุผลนั้นบอกเธอว่าถ้าหากฆ่าเขาไปตอนนี้ละก็ เธอก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อยู่ดี นอกจากนี้แล้วเขายังเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่มีพรสวรรค์ในตำนาน ผู้ครอบครองอัญมณีอะเลกซานไดรต์ตาแมว เพื่อประเทศของเธอเองนั้น เธอนั้นไม่สามารถฆ่าเขาได้ ในอนาคตเขาจะกลายเป็นผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ทั้งปวง เธอจะทำลายอนาคตของเขาอย่างนี้เช่นนั้นหรือ?

ชางกวน บิงเอ้อนั้นหายใจเข้าลึกๆเพื่อที่จะสงบสติอารมณ์ของเธอก่อนที่จะลดธนูลงและตะโกนเสียงดังว่า “ไปให้พ้น รีบไปให้พ้นเลย!”

เมื่อไม่มีลูกธนูจ้องมาที่คอของเขา โจว เว่ยชิงนั้นรู้สึกว่าเขาเหมือนได้รับการให้อภัย “ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้!” เมื่อเขากำลังพูดอยู่นั้น เขาก็เริ่มออกวิ่งทันที

“เจ้าบ้า! กลับมานี้เลย ข้าบอกให้เจ้าไปให้พ้น แต่ให้เจ้ากลับไปที่ค่าย!! “ ชางกวน บิงเอ้อเห็นเจ้ากะล่อนนี้กำลังจะหนีจึงทำให้เธอโกรธขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะเตะสั่งสอนเจ้าอ้วยโจวถึงแม้ว่ามันจะทำให้เธอนั้นรู้สึกเจ็บด้วยก็ตาม เจ้ากะล่อนนี้มักจะทำให้เธอนั้นโกรธได้ตลอดเวลาจริงๆ

โจว เว่ยชิงก้มหน้าลงราวกับว่าเขาทำบางอย่างผิด “อย่าโกรธข้าเลย ข้าจะกลับไปที่ค่ายแล้วตกลงไหม? ข้าสัญญาว่าจะทำอะไรกับข้าก็ได้ ข้ายอมทุกอย่าง”

ตอนนั้นเองชางกวน บิงเอ้อก็เก็บธนูในมือของเธอ ซึ่งมันทำให้หัวใจของโจว เว่ยชิงนั้นถูกทิ่มแทงด้วยมีดนับพันเล่มมันรู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก เธอนั้นใจดีกับเขาจริงๆ แม้ว่าเขาจะทำแบบนั้นกับเธอก็ตามแต่เธอก็ยังให้อภัยแก่เขา ในตอนนั้นเองโจว เว่ยชิงก็พบว่าเขานั้นตกหลุมรักชางกวน บิงเอ้อเข้าให้แล้ว ถ้าหากเป็นก่อนหน้านี้ เขาก็คงคิดว่าเขานั้นไม่คู่ควรกับเธอแต่ตอนนี้เขาไม่รู้สึกเช่นนั้นแล้ว หลังจากที่เขานั้นได้กลายเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ และยังมีอะเลกซานไดรต์ตาแมวซึ่งเป็นอัญมณีในตำนานอีกด้วย เขาเชื่อมั่นในตัวเองเหลือเกินว่าถ้าเขาพยายามมาพอ ซักวันเขาจะเป็นคนที่คู่ควรกับเธอและเขายังสาบานในใจว่าต่อจากนี้ไปเขาจะดูแลและปกป้องเธออย่างดี

แน่นอนว่าไม่ว่าจะสถานการณ์แบบไหนโจว เว่ยชิงก็มักจะมีความคิดบ้าเสมอๆ ในตอนที่เขาคิดถึงเรื่องที่ประทับใจเช่นนี้ตัวเขาก็คิดว่าถ้าวันหนึ่งเขาได้พาชางกวน บิงเอ้อกลับบ้านในฐานะภรรยา เขาอยากรู้ว่าพ่อของเขาที่ไม่เคยยิ้มนั้นจะแสดงท่าทีตกใจแค่ไหน

โจว เว่ยชิงนั้นเดินจากไปด้วยท่าทางที่น่าเวทนา จู่ๆชางกวน บิงเอ้อก็ทรุดตัวลงเหมือนลูกโป่งที่แฟ่บลงนั่งกองอยู่กับพื้นพร้อมกับปล่อยมือออกจากคันธนู ก่อนที่จะกอดเขาร้องไห้ เธอนั้นไม่ได้เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งอย่างที่หลายๆคนคิด เหตุการณ์ต่างๆมากมายได้ถาโถมเขาใส่เกินกว่าที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะรับไหว

โจว เว่ยชิงที่เดินไปได้ไม่ไกลมากนักเมื่อได้ยินเสียงชางกวน บิงเอ้อที่ร้องไห้เขาก็หยุดเดินทาง ก่อนที่จะหันหลังกลับไป ซึ่งสิ่งแรกนั้นคือโยนลูกธนูที่อยู่ใกล้ๆกับเธอทิ้งไปให้ไกลที่สุดก่อนจะนั่งลงอยู่ข้างๆเธอ เขาไม่รู้ว่าจะปลอบใจเธออย่างไรดีได้เพียงแต่นั่งข้างๆเป็นเพื่อนเธอ ในตอนนั้นเองเขาก็คิดกับตัวเองว่า เธอนั้นเหมาะสมจริงๆที่ได้ฉายาว่าเป็นหญิงสาวที่งามที่สุดในจักรวรรดิ! แม้แต่ตอนที่เธอร้องไห้นั้น เธอก็ยังสวยอยู่!


ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป