HJC เล่ม 1 ตอนที่ 5.3

ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป


บทที่ 5 – วิชาเทพอมตะและการตื่นขึ้นของผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ (3)

ทันใดนั้นเอง ในช่วงเวลาที่โจว เว่ยชิงกำลังจะยอมแพ้ เขาก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นจากท้องของเขาซึ่งเป็นไปตามรายละเอียดที่เขียนไว้ในคำภีร์

เขารู้สึกได้ถึงพลังสวรรค์ โจว เว่ยชิงรู้สึกดีใจอย่างยิ่งก่อนที่จะรวมสมาธิเพ่งไปยังบริเวณท้อง เขานั้นค่อยสัมผัสความรู้สึกนั้นอย่างระมัดระวัง ก่อนที่กระแสความหนาวเย็นนั้นจะค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดก็คงเป็นหลังจาก ที่ไอเย็นนั้นเริ่มที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต่างจากรายละเอียดที่เขียนไว้ในคำภีร์วิชาเทพอมตะ ซึ่งกล่าวไว้ว่าจะมีไอเย็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นกระแสไอเย็นก็เดินทางมาถึงบริเวณอกของเขา และค่อยรวมตัวขึ้นเป็นลูกบอลเล็กๆ ซึ่งดูเหมือนว่ากระบวนการทั้งหมดจะผ่านไปได้ด้วยดี และตอนนี้มันกำลังเดินทางไปยังจุดตายที่บริเวณกระดูกไหปลาร้า

ข้าจะต้องทำให้ได้! โจว เว่ยชิงตะโกนในใจของเขา เพราะเมื่อถึงจุดนี้แล้วเขาไม่สามารถถอยหลังกลับได้อีกแล้ว เขาได้แต่ขบฟันและตั้งจิตใจให้มั่นคงแน่วแน่ ก่อนที่จะดึงกระแสไอเย็นนั้นเข้าทะลวงจุดชีพจรบริเวณไหปลาร้าซ้าย

“ชิ่งงง” ทันทีที่กระแสไอเย็นนั้นทะลวงเขาไปที่จุดชีพจร โจว เว่ยชิงก็รู้สึกว่าทั้งแขนซ้ายของเขานั้นเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงมา มันทำให้ความรู้สึกของแขนเขานั้นหายไปจนหมดสิ้น จากนั้นไม่นานอาการชาก็ค่อยๆแผ่ขยายจากด้านซ้ายไปยังด้านขวา ก่อนจะมันจะครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างของเขาซึ่งมีเฉพาะเพียงศีรษะเท่านั้นที่ยังมีความรู้สึกอยู่

ที่จุดชีพจรที่ไหปลาร้าซ้ายนั้นเหมือนมีพลังงานบางอย่างที่คลุ้งคลั่งกำลังจะระเบิดออกมาแล้ววิ่งพล่านไปทั่วทั้งตัวเขา แต่จุดนี้นั้นโจว เว่ยชิงกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ แต่กลับรู้สึกว่าสติสัปชัญญะขอนั้นกำหลังจะหมดไป ก็มีเสียง “พู่ดดด” เขานั้นสำลักเลือดออกมาจากปาก เขานั้นไม่รู้ว่าการฝึกฝนพลังสงรรค์นั้นความเจ็บปวดไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ อาการชาซึ่งเกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกว่าการฝึกตนนั้นกำลังผิดพลาด ซึ่งตามหลักการที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ในคำภีร์วิชาเทพอมตะนั้นสามารถที่จะใช้จุดตายและดูเหมือนว่ามันจะเป็นวิธีการแบบนั้น แต่อย่างไรก็ตามในโลกของการฝึกตนนั้น หลายสิ่งหลายอย่างก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา และมันอาจเรียกได้ว่าจะเกิดขึ้นเพียง 1 ในแสนคน ซึ่งดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นกับโจว เว่ยชิง

หากไม่สามารถที่จะทะลวงจุดตายนี้ได้ สิ่งที่รอเขาอยู่มีเพียงอย่างเดียว คือ “ความตาย”

ตอนนี้นั้นเขาไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไรดี จึงทำได้เพียงพยายามต่อไปจนถึงที่สุด เขารู้สึกว่าจุดชีพจรที่ไหปลาร้าซ้ายนั้นทำให้พลังชีวิตของเขานั้นค่อยๆไหลออกไปจากร่างกาย เมื่อถึงปลายหุบเหวแห่งความตาย เขานั้นไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆจะมีก็เพียงแต่อย่างเดียวที่เขาสัมผัสได้นั้นคือความสุข

สติของเขากำลังเลือนลางมากขึ้นเรื่อยๆ แต่โจว เว่ยชิงก็ยังเชื่อมั่นและหวังว่าเขาจะได้รับโชคจากสวรรค์เพื่อที่เขาจะทำมันได้สำเร็จ

ในตอนนั้นเอง ก็มีกระแสไอเย็นเล็กๆระเบิดออกมาจากท้องเขาอีกขึ้น ราวกับว่ามีบอลน้ำแข็งแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนที่มันจะพุ่งตามเส้นพลังปราณของเขาอย่างบ้าคลั่ง

โจว เว่ยชิงที่ล่องลอยอย่างมีความสุข ก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเหมือนกับถูกแช่แข็ง ความเย็นที่ไม่อาจหาคำมาพรรณนาได้นั้นมาแทนที่ความรู้สึกทุกอย่างของเขา ในตอนนี้ หัวใจของเขาก็ถูกครอบง่ำด้วยความกระหายเลือด ตาของเขานั้นแดงก่ำ เส้นผมทุกเส้นลุกขึ้นชู่ทุกอณุผิว ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกออร่าสีเทาเข้มปกคลุมทั่วทั้งตัว

พลังชีวิตของโจว เว่ยชิงที่รั่วไหลออกจากจุดชีพจรตรงกระดูกไหปลาร้านั้นก็ถูกออร่าสีดำอุดไว้ มันเหมือนกับโจว เว่ยชิงเป็นถังน้ำที่รั่วแล้วถูกอุดด้วยออร่าสีดำนั้น

ร่างกายของโจว เว่ยชิงเริ่มสั่นสะท้านจากความหนาว แต่ความหนาวนั้นไม่ได้มาจากรอบๆ แต่มันจากจากกระดูกของเขาส่งผ่านไปยังเส้นเลือดแล้วส่งไปยังในไขกระดูกของเขา ทั้งหมดที่เขาที่รู้สึกมีเพียงคลื่นความเย็นที่ปล่อยออกมาจากร่างของเขาเป็นระลอกๆ และไอเย็นที่ปล่อยออกไปนั้นก็เป็นออร่าสีเทาเข้มที่อยู่รอบผิวของเขา ความเยือกเย็นที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เขานั้นไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้ก่อนที่จะล้มลงกับพื้น เขาพยายามหายใจออกทางปาก และทุกครั้งที่เขาหายใจเขาจะพ่นไอสีเทาเข้มออกมาจากร่างกายของเขา และผิวของเขานั้นก็ปรากฎรอยสักสองชุดซึ่งเป็นสีดำและสีเทาขึ้นมา

โจว เว่ยชิงเริ่มรู้สึกว่าการฝึกวิชาเทพอมตะนั้นเป็นการฆ่าตัวตายดีๆนี้เอง เพราะโอกาสที่จะสำเร็จได้มีเพียว 1 ในหมื่นซึ่งไม่สูงมาก แม้ว่าเขาจะไม่ได้โชคดีที่ไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกวิชาแต่เขาก็มีโชคในด้านอื่น ซึ่งโชคนั้นก็คือมุกสีดำที่เขากลืนเข้าไปตอนอยู่ที่ป่าดารา

ถ้าหากฝึกวิชาเทพอมตะมันคือโอกาส 1 ในหมื่นแต่การได้กลืนมุกดำนั้นไปนั้นกลับเป็นโอกาสเดียวที่เขามี ในตอนที่เขาฝึกวิชาเทพอมตะ ซึ่งทำให้จุดชีพจรตรงไหปลาร้านั้นถูกทะลวง ซึ่งมันเป็นการกระตุ้นมุกดำที่ซ่อนอยู่ในตัวเขานั้นตื่นขึ้นมา

เดิมนั้นมุกดำที่เขาไปในร่างกายของเขานั้นค่อยเสริมพลังกายของโจว เว่ยชิงอย่างช้าๆ แต่เพราะการฝึกวิชาเทพอมตะในคืนนี้ทำให้มันไปกระตุ้นพลังงานในมุกดำออกมา

ไอปีศาจนั้นถูกแผ่ออกมาจากตัวเขา และไอเย็นที่ปล่อยออกมานั้นก็คือพลังงานที่มาจากมุกดำ ซึ่งพลังงานนี้นั้นวิ่งพล่านไปทั่วตัวของโจว เว่ยชิง

ถ้าหากเป็นคนอื่น ตัวอาจจะระเบิดตายไปแล้วแต่ร่างของโจว เว่ยชิงนั้นกลับดูดพลังงานจากมุกดำอย่างบ้าคลั่ง

ซึ่งเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมมุกดำนั้นถึงเลือกที่เข้ามาอยู่ในร่างของโจว เว่ยชิงนั้นหลังจากที่มันฉีกมิติออกมานั้นมาจากว่า

ในตอนนั้น มันถูกดึงดูดด้วยความโกรธแค้นและความไม่ยอมแพ้ของโจว เว่ยชิงหลังจากที่ถูกบอลเพลิงของไดฟุย่า หลังจากที่มันฉีกมิติออกมาที่โลกแห่งนี้ โจว เว่ยชิงก็กะอักเลือดออกมาโดนมันพอดี ซึ่งเลือกของโจว เว่ยชิงนั้นมีพลังงานธาตุมืดแฝงอยู่ซึ่งเข้ากันได้กับพลังงานของมุกดำเอง มันจึงเลือกที่เข้ามาในร่างของโจว เว่ยชิง

ส่วนเหตุผลว่าทำไมเลือดของโจว เว่ยชิงนั้นมีพลังงานธาตุมืดแฝงอยู่นั้น ก็เพราะว่านายพลโจวนั้นเป็นผู้ใช้อัญมณีธาตุมืดนั้นเอง ซึ่งโจว เว่ยชิงนั้นก็มีสายเลือดของนายพลโจวจึงทำให้เขานั้นสืบทอดผมสัมพันธุ์ธาตุมาด้วย ซึ่งทำให้เขานั้นสามารถที่จะดึงดูดมุกดำนี้ได้

อย่างไรก็ตาม พลังงานในมุกดำนั้นมีมหาศาล เพราะนอกจากจะมีพลังงานธาตุมืดแล้ว มันยังมีพลังงานที่มีคุณสมบัติอื่นๆอีก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคุณสมบัติมิติซึ่งใช้มายังโลกแห่งนี้ ซึ่งพลังงานมหาศาลพร้อมด้วยคุณสมบัติธาตุต่างๆนั้นก็ถูกผสมและหลอมรวมเข้ากับร่างกายของโจว เว่ยชิงทำให้ความเข้ากันของธาตุในร่างกายของเขาเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเจ็บปวดที่รุนแรงมาก มันเป็นความทุกทรมานที่มากกว่ากล้ามเนื้ออ่อนล้าซึ่งเขาเจอก่อนหน้านี้


ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป