HJC เล่ม 1 ตอนที่ 4.4

ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป


ตอนที่ 4 – ความลับของผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ (4)

“ว้าว สุดยอดไปเลย!! ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่มีอัญมณี 1 ชิ้นนั้นแข็งแกร่งกว่าผู้ใช้อัญมณีธาตุหรือผู้ใช้อัญมณีกายที่มีอัญมณี 2 ชิ้นอย่างงั้นหรือ?” โจว เว่ยชิงกล่าวว่าในด้วยความตกใจ

ชางกวน บิงเอ้อจึงกล่าวต่อไปว่า “ในแง่ของพลังอย่างเดียวก็ต้องบอกว่าใช่ แต่อย่างไรก็ตามนั้นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นจะเลื่อนระดับแต่ละขั้นของการฝึกตนได้ยากกว่าผู้ใช้อัญมณีกายหรือผู้ใช้อัญมณีธาตุ ทั่วทั้งแผ่นดินนี้นั้นผู้ใช้อัญมณีกายหรือผู้ใช้อัญมณีธาตุนั้นจะสามารถฝึกได้จนมีอัญมณี 9 ชิ้นซึ่งก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่เคยมีใครเคยได้ยินว่ามีผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นฝึกตนได้ถึงระดับสูงสุดเช่นกัน ซึ่งผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นมีความยากที่แตกต่างกันมาก บางตำนานกล่าวไว้ว่าผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นสามารถฝึกตนจนมีอัญมณีได้ถึง 12 ชิ้นซึ่งเป็นระดับที่อยู่เหนือกฎของธรรมชาติที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง” ซึ่งขณะที่นางพูดก็เปิดเผยถึงแรงปรารถนาได้ในแวว่ตาของนางด้วย

อัญมณีทั้ง 12 อย่างงั้หรือ ผู้ใช้อัญมณีสวรรค์สามารถที่จะฝึกตนได้จนมีอัญมณีถึง 12 ชิ้นต่างจากผู้ใช้อัญมณีทั่วไปที่ทำได้แค่ 9 ชิ้น หลังจากฟังเรื่องราวของชางกวน บิงเอ้อ ทำให้โจว เว่ยชิงตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของพ่อของเขา เพราะพ่อของเขานั้นเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ที่มีอัญมณีถึง 8 ชิ้น

ดังนั้นโจว เว่ยชิงจึงแกล้งถามไปว่า “ข้าเคยได้ยินมาว่านายพลโจวของจักรวรรดิธนูสวรรค์นั้นเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ แล้วเขาแข็งแกร่งไหม?”

ชางกวน บิงเอ้อตอบโดยไม่ลังเลเลยว่า “แน่นอนสิ ท่านนายพลเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก และนอกจากนี้แล้วเขายังเป็นคนที่น่าเคารพมากที่สุดด้วย! ระดับพลังของเขาจัดได้ว่าแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆในจักรวรรดิใหญ่ๆเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจักรวรรดิธนูสวรรค์ก็คงไม่ต้องพูดถึง องค์จักรพรรดิเคยกล่าวไว้ว่า ถ้าให้ผู้ใช้อัญมณีทั้งจักรวรรดิธนูสวรรค์สู้กับนายพลโจวคนเดียวก็ไม่อาจสามารถที่จะเอาชนะได้ เพราะอย่างไรก็ตามนายพลโจวนั้นฝึกตนจนมีอัญมณีสวรรค์ถึง 8 ชิ้นซึ่งอยู่ในขั้นกลางของระดับปรมจารย์ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นนักรบที่เก่งกาจคนหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้นายพลโจวยังได้อัญมณีธาตุที่เป็น 1 ใน 4 ธาตุที่ทรงพลังที่สุดด้วย

แม้ว่าชางกวน บิงเอ้อจะยกย่องพ่อของโจว เว่ยชิงยังไง เขากลับไม่รู้สึกมีความสุขเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าหลังจากที่เร่งสปีดอย่างรวดเร็วทำให้ตอนนี้เขาแทบจะหมดแรงแล้ว ตัวของเขานั้นเปียกโชกไปด้วยเหงื่อและหอบจนกระทั่งยากที่จะพูดออกมา

“เร็วขึ้นอีก” ชางกวน บิงเอ้อหยิบแส้ขึ้นมาบนมือก่อนที่จะมองไปที่ใบหน้าของโจว เว่ยชิงที่เต็มไปด้วยเหงื่อพร้อมกับรู้สึกถึงความสุขเล็กๆ เจ้ากะล่อนนี้ทำตัวเป็นคนอ่อนแอมาโดยตลอดสินะ หลังจากที่วิ่งพร้อมกับที่ถ่วงน้ำหนักมาได้นานขนาดนี้เห็นชัดเลยว่าความเจ็บปวดเมื่อเช้านั้นเป็นแค่การแสดงทั้งหมด

“ผู้บัญชาการกองพัน ขะ.. ข้าไม่ .. ไหวแล้ว ดะ.. ได้โปรด ให้ข้าพักหน่อย” โจว เว่ยชิงปาดเหงื่อพร้อมกับมองเธอด้วยสายตาที่อ้อนวอน

แต่น่าเสียดาบที่ครั้งนี้ชางกวน บิงเอ้อไม่ตกหลุมพรางของเจ้าอ้วนโจวเหมือนครั้งก่อนๆ เธอหันใบหน้าที่เย็นชาของเธอและฟาดแส้ลงบนก้นของเจ้าอ้วนโจวอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทำให้ตัวโจว เว่ยชิงถึงกับสั่นพร้อมกับเร่งฝีก้าวขึ้นอีก เกราะอ่อนของเขานั้นไม่ได้ป้องกันก้นเขาไว้เลยแม้แต่น้อย

ซึ่งชางกวน บิงเอ้อที่วิ่งไปพร้อมกับโจว เว่ยชิงนั้นแทบจะไม่ได้ออกแรงเลยแม้แต่น้อยซึ่งแต่ละย่างก้าวของเธอนั้นเบาหวิวและพุ่งไปได้ไกลถึง 10 เมตร นี้เป็นเพราะคุณสมบัติจากอัญมณีกายที่เพิ่มแล้วเร็วและความว่องไว และด้วยอัญมณีธาตุซึ่งเป็นธาตุที่ช่วยเพิ่มความเร็ว ทำให้เธอนั้นมีคู่อัญมณีที่สมบูรณ์แบบเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ประเภทความเร็ว ถ้าเธอวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดของเธอ แม้แต่ผู้ใช้อัญมณีกาย 4 อัญมณีก็ไม่สามารถตามเธอได้

“อ๊ากกกก! มันเจ็บเหลือเกินนน! “ เมื่อโดนแส้ฟาด โจว เว่ยชิงนั้นก็ใช้แรงผลักนั้นเพื่อล้มลงอีกครั้ง แต่ในขณะนั้นเองเขาก็โดนยันด้วยเท้าที่หน้าอกเพื่อที่จะค้ำยันตัวเขาไม่ให้ล้ม ก่อนที่จะโดนแส้ฟาดอีกครั้ง ทำให้เขาร้องตะโกนดังลั่นด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง

“ลองแก้ทำอีกครั้งสิ” ชางกวน บิงเอ้อพูดด้วยความโมโห เธอนั้นแทบจะไม่ได้ใช้แรงในการฟาดครั้งแรกเลยเพื่อทดสอบซึ่งมันก็เป็นไปตามที่เธอนั้นคาดไว้ ซึ่งมันเป็นการพิสูจน์ว่าทั้งหมดนั้นเป็นแค่การแสดงของเจ้าอ้วนโจว

ต่อหน้าชางกวน บิงเอ้อ โจว เว่ยชิงนั้นไม่มีโอกาสที่จะล้มแล้ว เธอนั้นเหมือนเงาสีม่วงที่คอยตามเขาไปเรื่อย ซึ่งเมื่อเขาช้าลง เธอก็จะฟาดแส้ลงไปซึ่งหากเขาทำทีท่าว่าจะล้ม เธอก็จะใช้เท้าเกี่ยวอกของเขาค้ำไว้ก่อนที่จะฟาดแส้ใส่อีกที นี้เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดสำหรับโจว เว่ยชิง ก้นของเขานั้นถูกแผดเผาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับร่างกายที่แทบจะหมดแรง แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะชะลอตัวได้เลยแม้แต่น้อย

“ผู้บัญชาการกองพัน … ขะ… ขะ … ข้า … ผิดไปแล้ว” ปากหวานก็เป็นทักษะอย่างหนึ่งของโจว เว่ยชิงซึ่งไม่ใช้เรื่องแปลกที่เขาจะยอมรับผิด เพราะคนเฉลาดย่อมรู้ดีว่าตอนไหนควรสู้ แต่อนิจจาชางกวน บิงเอ้อนั้นถูกหลอกมาหลายครั้งแล้วจึงทำให้นางนั้นไม่ตกหลุมพรางครั้งอีก

“ตอนนี้เจ้าเพิ่งรู้เหรอว่าเจ้าทำผิดแค่ไหน แต่มันสายไปเสียแล้ว!” ชางกวน บิงเอ้อตะคอกด้วยความโกรธ

หลังจากผ่านไป 15 นาทีโจว เว่ยชิงที่สวมชุดเครื่องแบบนั้นก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อเปียกโชก ด้วยการที่เขาแบกที่ถ่วงน้ำหนักถึง 20 ก.ก.ขณะวิ่ง! และนอกจากนี้เขาก็เป็นเพียงแค่เด็กอายุ 13 ปีจะสามารถทนความกดดันขนาดนี้ได้อย่างไร

ภาพของเขาเริ่มเบลอลงก่อนที่มันจะมืดสนิดทำให้ผมฟุ่บล้มลงไปอีกครั้ง ชางกวน บิงเอ้อใช้เท้าของนางเกี่ยวโจวเว่ยชิงขึ้นอีกครั้งตามปกติ แต่ครั้งนี้ก่อนที่เธอจะฟาดแส้ลงไป ร่างของโจว เว่ยชิงนั้นก็ล้มลงอีกครั้ง ชางกวน บิงเอ้อนั่นตกใจอยู่สักพักก่อนที่จะใช้เท้านั้นค่อยๆปล่อยร่างของโจว เว่ยชิงลงบนพื้น ไม่เพียงแค่นั้นเธอยังรู้ด้วยว่าครั้งนี้เจ้านี้นั้นเป็นลมจริงๆ

“เฮ้ย เฮ้ย เจ้าอ้วนน้อยโจว” ชางกวน บิงเอ้อใช้เท้าของเธอสะกิดเขาถึงสองครั้ง ทัวมาลีนบนข้อมือซ้ายของเธอนั้นประกายแสงขึ้นมาก่อนที่จะปล่อยออร่าสีแดงอ่อนไปยังข้อมือของโจว เว่ยชิง เธอนั้นไม่ต้องการที่จะสัมผัสตัวของเขาจึงใช้พลังสวรรค์ตรวจชีพจรของเขาแทน

“เขาเป็นลมจริงๆงั้นหรือ?” พลังสวรรค์ของชางกวน บิงเอ้อนั้นอยู่ในขั้นที่ 8 ของพลังสวรรค์ระดับพื้นฐาน เพียงแค่ใช้พลังสวรรค์ของเธอก็สามารถตรวจอาการของโจว เว่ยชิงได้อย่างแม่นยำและพบว่าครั้งนี้เขาไม่ได้แสดงแต่เขานั้นเป็นลมเพราะหมดแรงจริงๆ


ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป