HJC เล่ม 1 ตอนที่ 3.2

ตอนก่อนหน้านี้ |Direct| ตอนต่อไป

ตอนก่อนหน้านี้ |Sponsor| ตอนต่อไป


ตอนที่ 3 กล้ามอกของผู้บัญชาการกองพันนั้นไม่เลวเลยล่ะ!! (2)

“เจ้าอ้วนโจว เข้ามา” ซางกวนปิงเอ้อตะโกนออกมาจากข้างในโจวเว่ยชิงนั้นงงอยู่ซักพักก่อนที่เขาจะจำได้ไว่านั้นคือชื่อของเขาที่เขียนไว้จึงรีบเข้าไปข้างใน

ข้างในนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆของกองทัพเต็มไปหมด ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะอุปกรณ์ที่ใช้ในการยิงธนู ซางกวนปิงเอ้อนั้นเอาดาบของเธอกระแทกลงบนโต๊ะก่อนจะพูดกับทหารพัสดุว่า “ให้ชุดและอุปกรณ์กับเจ้านี้ไปชุดหนึ่ง แล้วก็ไล่ออกไปซะ”

ที่นี้มีทหารพัสดุมากกว่า 10 คนที่คอยดูแลและจัดการอุปกรณ์ของกองทัพที่นี้ และเป็นคนที่ค่อยจัดแจงอุปกรณ์แก่ทหารใหม่ ซึ่งพวกเขาไม่รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จึงสงสัยว่าทำไมผู้บัญชาการกองพันถึงโมโหเจ้าเด็กนี้ หนึ่งในทหารนั้นจึงรีบจัดแจงอุปกรณ์ก่อนที่จะส่งให้โจวเว่ยชิง

โจวเว่ยชิงรีบรับอุปกรณ์เหล่านั้นพร้อมตรวจดูว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งในนั้นประกอบด้วยเครื่องแบบทหาร 2 ชุด ,ถุงเท้า ,รองเท้า และเสื้อ พร้อมทั้งเกราะหนังและธนูยาวซึ่งสูงกว่าตัวโจวเว่ยชิงพร้อมกับซองลูกศรและหมวก

ทั้งกองทัพจะมีเพียงแค่นักธนูที่มีหมวกเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งจุดประสงค์ของมันนั้นไม่ได้ไว้สำหรับกันลมแต่ใช้ในการบังแดด นักธนูทุกคนนั้นจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ที่ดีในสนามรบเพื่อที่จะสามารถเล็งธนูได้ ซึ่งหากพวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่แดดส่องไปยังดวงตาของพวกเขา นั้นจะส่งผลอย่างมากต่อการเล็งนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีหมวกเป็นอุปกรณ์พื้นฐานให้แก่นักธนู

จากนั้นนายทหารจึงได้ให้เงิน 3 เหรียญทองแก่โจวเว่ยชิงก่อนจะกล่าวว่า “นี้คือค่าจ้างในปีแรก เจ้ามีเวลาหนึ่งวันในการจัดการเรื่องส่วนตัวให้เรียบร้อย กลับมาที่นี้ตอนพรุ่งนี้เที่ยง จำไว้ด้วยว่าอย่าลืมอุปกรณ์ของเจ้า และเมื่อกลับมาในวันพรุ่งนี้เจ้าต้องแต่งเครื่องแบบทหารเข้าใจไหม?”

“เข้าใจ ครับผม”ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้โจวเว่ยชิงคงจะตื่นเต้นกับอุปกรณ์ต่างๆนี้แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังจำความรู้สึกที่สัมผัสส่วนนั้นได้ ตอนนี้ในหัวของเขาคิดแต่เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และคิดว่าจะไม่ล้างมือไปซักพัก

ตามขั้นตอนปกติ ซางกวนปิงเอ้อจะพูดให้กำลังใจแก่ทหารใหม่ในฐานะของผู้บัญชาการกองพันแต่จะให้เธอพูดกับโจวเว่ยชิงได้อย่างไร? สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือจ้องไปที่โจวเว่ยชิงอย่างเขียดแค้นเมื่อโจวเว่ยชิงเห็นแบบนั้นแล้วจึงไม่กล้าที่จะเตร็ดเตร่อยู่นานจึงรีบหยิบข้าวของต่างๆ ออกจากสำนักงานไปในที่สุด

ซางกวนปิงเอ้อเห็นเขาเดินออกไปจึงบอกกับตัวเองว่า “เจ้าอ้วนโจว เจ้าอ้วนโจว คอยดูเถอะ ข้าจะให้เจ้าชดใช้ในสิ่งที่ำในวันนี้’

ถ้าโจวเว่ยชิงรู้ในสิ่งที่ซางกวนปิงเอ้อคิดคำตอบของหนุ่มกะล้อนคนนี้คงจะตอบว่า ได้สิข้าให้เจ้าจับคืนก็ได้นะ หรืออาจจะบอกว่า กล้ามอกของข้านั้นคงไม่อาจเทียบกับผู้บัญชาการได้

ในขณะที่เขาเดินออกมาจากสำนักงาน โจวเว่ยชิงสังเกตุเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นและเมื่อมองไปรอบๆก็เจอป้ายห้องน้ำซึ่งมีสัญลักษณ์แปลกๆที่เขาไม่รู้จัก

เขาจึงรีบหยิบข้าวของต่างๆของเขาเข้าไปยังห้องน้ำซึ่งสะอาดกว่าที่เขาคาดไว้ แม้ว่ามันจะมีเพียงหนึ่งห้องและมีประตูไม้ปิดอยู่ก็ตาม

โจวเว่ยชิงเห็นที่ว่างจึงวางของลงจากนั้นก็ถอดชุดของเขาออกก่อนหน้านี้เสื้อของเขานั้นถูกทำลายไปจนหมดแล้วเหลือแต่เสื้อคลุมซึ่งมันรู้สึกไม่สบายตัวมากๆ ซึ่งเมื่อเขาได้รับเครื่องแบบทหาร เขาก็ตัดสินใจว่าจะต้องเปลี่ยนให้เร็วที่สุด

เมื่อถอดเสื้อคลุมออกก็ล่อนจ้อนเพราะเสื้อข้างในนั้นถูกทำลายไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร แถมยังยืนยิงกระต่ายอย่างสบายใจ

ตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตู โจวเว่ยชิงที่กำลังยิงกระต่ายอยู่นั้นจึงเหลียวหลังไปดูก็เห็นซางกวนปิงเอ้อเดินเข้ามา

เมื่อซางกวนปิงเอ้อเข้ามาในห้องน้ำ สิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือก้นอันเปลือยเปล่าของโจวเว่ยชิงและเขากำลังสะบัดไอ้นั้นหลังยิงกระต่ายเสร็จ ภาพต่อหน้าเธอนั้นทำให้เธอตกใจอย่างมาก และในตอนนั้นโจวเว่ยชิงก็เหลียวหลังมองมาเมื่อสายตาทั้งสองเจอกัน ทั้งสองก็ร้องกรี๊ดออกมาพร้อมกัน แต่สิ่งที่แปลกคือโจวเว่ยชิงนั้นร้องออกมาดังกว่าซางกวนปิงเอ้อเสียอีก

ใบหน้าของซางกวนปิงเอ้อก็แดงขึ้นด้วยความอายก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไป โจวเว่ยชิงรีบทำธุระของเขาจนเสร็จจากนั้นจึงรีบสวมเครื่องแบบต่างและคิดในใจว่าจบสิ้นแล้วก่อนที่จะเอาซองธนูสะพายหลัง และซองลูกศรสะพายไหล่และหยิบหัวขึ้นมาใส่ก่อนที่จะรีบก้าวเท้าเดินออกไป ซึ่งเขายังให้กำลังใจตัวเองว่า “ข้ารีบออกไปดีกว่า อย่างน้อยก็อาจจะพอมีหวัง”

“หยุดเดี๋ยวนี้!” ซางกวนปิงเอ้อตะโกนออกมาใส่โจวเว่ยชิงหน้าของเธอนั้นกลายเป็นยักษ์มารในทันที “เจ้าคนลามก รอตรงนี้เด๋วข้าจะกลับมาจัดการกับเจ้า “ เมื่อพูดเสร็จเธอก็รีบเข้าไปในห้องน้ำ

ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ เหตุผลที่ซางกวนปิงเอ้อนั้นเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่ดูก่อนว่าคนอยู่หรือนั้น เพราะห้องน้ำนี้เป็นห้องน้ำส่วนตัวของเธอ ซึ่งสัญลักษณ์ที่โจวเว่ยชิงไม่รู้นั้นคือสัญลักษณ์ที่บอกว่านี้คือสิ่งที่ผู้บัญชาการกองพันใช้เท่านั้น เธอนั้นเป็นผู้หญิงและยังเป็นผู้ใช้ผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ ซึ่งเป็นความหวังของจักรวรรดิดังนั้นผู้บัญชาการกองทัพจึงให้สิทธิพิเศษเล็กน้อยอย่างเช่นห้องน้ำส่วนตัวนี้

เธอนั้นต้องการมาห้องน้ำตั้งแต่ที่โจวเว่ยชิงนั้นจับอกเธอซึ่งทำให้เธอต้องเสียเวลาจัดการเรื่องต่างๆก่อนที่เธอจะสงบสติอารมณ์ได้ เธอจึงมาห้องน้ำอีกครั้ง แต่ใครจะคาดคิดละว่าเธอจะมาเห็นเจ้าอ้วนโจวล้อนจ่อนในห้องน้ำนี้ เธอนั้นไม่ได้รู้สึกแค่อายหรือโกรธแต่ยังสับสนด้วย บวกกับเธอนั้นต้องการใช้ห้องน้ำอย่างมาก แม้ว่าเธอต้องการจะซัดโจวเว่ยชิงตรงนั้นเลยตามแต่เธอนั้นต้องเข้าห้องน้ำจริงๆจึงสั่งให้โจวเว่ยชิงนั้นหยุดอยู่ตรงนั้นก่อน

รอที่นี้งั้นเหรอ? โจวเว่ยชิงคิดในใจจะบ้าเหรอให้รออยู่ที่นี้ก็ตายสิคร๊าบ ไว้พรุ่งนี้นางน่าจะหายโกรธลาละ

นายทหารใหม่คนนี้แค่วันแรก็ขัดคำสั่งผู้บัญชาการกองพันและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับธนูของเขา เมื่อออกมาจากบริเวณค่ายแล้วจึงรีบตรงไปยังเมืองธนูสวรรค์ ในตอนนั้นเมื่อซางกวนปิงเอ้อออกมาจากห้องน้ำเพื่อจะลงโทษเจ้าโรคจิตนั้น โจวเว่ยชิงก็หนีไปนานแล้วทำให้เธอได้เพื่อกัดฟันเพื่อระงับความโกรธของเธอ

เมื่อมาถึงเมืองธนูสวรรค์ โจวเว่ยชิงก็หาห้องพักอาศัยหนึ่งคือพร้อมกับของปากกาและกระดาษเพื่อเขียนจนหมายถึงตาแก่ :

พ่อ ท่านเคยพูดเสมอว่าข้านั้นไร้ประโยชน์ ซึ่งผมก็รู้สึกเช่นนั้น ดังนั้นผมจะไม่อยู่บ้านเพื่อเป็นรบกวนท่านอีกแล้ว ซึ่งมันก็มีคำกล่าวว่า อ่านหนังสือหมื่นเล่มก็ไม่เท่าเดินทางหมื่นลี้ ข้าเลยตัดสินใจแล้วว่าจะเดินทางสู่โลกกว้างและสร้างชื่อให้ข้าเอง แล้วก็ช่วยข้ายกเลิกงานหมั้นกับองค์หญิงไดฟุย่าด้วย เพราะยังไงข้าก็เป็นแค่สวะที่ไร้ประโยชน์ในขณะที่เธอเป็นดาวรุ่งของจักรวรรดิ ดังนั้นข้าจะไม่ขอรั้งชีวิตของนาง และนางก็ไม่ได้ชอบข้าเลยแม้แต่น้อยนั้นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก ช่วยดูแลท่านแม่ให้ข้าด้วย ท่านพ่อรู้ดีว่าข้านั้นกลัวตายมากกว่าใคร ข้าสัญญาว่าข้าจะกลับมาและให้ท่านเตะตูดจนหนำใจ ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงข้า

หลังจากเขียนจดหมายจบ เขาก็นำมันไปร้านที่มีบริการส่งและจ่ายเงินเพื่อให้จดหมายไปถึงบ้านเขาในวันพรุ่งนี้ จากนั้นเขาก็เดินไปยังร้านช่างตีเหล็ก ในเมื่อเขาจะกลายเป็นทหารแล้วดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ อย่างที่ระบุในจดหมาย เขาเป็นคนที่กลัวตายมากกว่าใครเพื่อ วันนี้เป็นวันเดียวที่ว่างดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปค่ายอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

โจวเว่ยชิงนั้นโตมาในเมืองธนูสวรรค์ตั้งแต่เด็กดังนั้นเขาจึงรู้จักเส้นทางในเมืองดีในตอนเด็กเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ถูกด่าว่าอยู่ในบ้าน การออกจากบ้านในครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนนกที่ถูกปลดปล่อยออกจากกรง

เมื่อผ่านไปสักพักโจวเว่ยชิงก็ถึงร้านช่างตีเหล็กที่ใกล้ที่สุด

 


ตอนก่อนหน้านี้ |Sponsor| ตอนต่อไป

ตอนก่อนหน้านี้ |Direct| ตอนต่อไป