HJC เล่ม 1 ตอนที่ 3.1

ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป


ตอนที่ 3 กล้ามอกของผู้บัญชาการกองพันนั้นไม่เลวเลยล่ะ!! (1)

โจว เว่ยชิงเคยเจอชางกวน บิงเอ้อเพียงครั้งเดียวในงานพิธีมอบรางวัลของนาง ในดินแดนที่กว้างใหญ่แห่งนี้จะมีแบ่งยศฐาบรรดาศักดิ์สำหรับขุนนางสำหรับประเทศต่างๆเหมือนกันโดยเรียงจากต่ำไปสูงก็คือ ลอร์ด,บารอน,วิสเคานท์,เคานท์,มาควิส และดยุค แน่นอนว่าในแต่ละประเทศยศต่างๆมาจากการมีอำนาจหรือความสามารถของคนๆนั้น

ชางกวน บิงเอ้อนั้นมาจากตระกูลสามัญชน แต่นางได้รับยศลอร์ดตอนได้อายุ 12 ปีและได้เป็นบารอนในปีถัดจากนั้น และตอนนี้เธออายุ 15 ปีซึ่งแก่กว่าโจว เว่ยชิงอยู่ 2 ปีแต่เธอได้ยศเกือบเท่าเขาซึ่งเป็นวิสเคานท์ แต่อย่างไรก็ตามยศที่ชางกวน บิงเอ้อได้นั้นเกิดจาความพยายามของตัวนางเองซึ่งต่างจากโจว เว่ยชิงที่ได้ยศนี้มาเพราะพ่อของเขา แม้ว่าองค์หญิงไดฟุย่าจะเป็นดาวเด่นในราชวงศ์ แต่เธอก็ไม่อาจเทียบได้กับชางกวน บิงเอ้อ

แม้ว่าชางกวน บิงเอ้อจะมีอายุน้อยกว่าองค์หญิงไดฟุย่าแต่เธอก็มีอัญมณีพลังชุดที่ 2แล้ว และนอกจากนี้เธอยังมีทั้งอัญมณีธาตุและอัญมณีกาย ตอนที่ชางกวน บิงเอ้ออายุได้ 12 ปีเธอก็ฝึกพลังสวรรค์จนถึงขั้นที่ 3 และปลุกอัญมณีทั้งสองชนิดหรือรู้จักกันในนาม “อัญมณีสวรรค์” ปรากฎการณ์นี้นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากกว่าการให้กำเนิดลูกแฝดในครอบครัวเสียอีก โดยเฉพาะจักวรรดิ์เล็กอย่างจักรวรรดิธนูสวรรค์ และเธอยังเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์คนที่ 2 ต่อจากนายพลโจวซึ่งก็คือพ่อของโจว เว่ยชิง นี้เป็นเหตุผลว่าทำไมตัวจักรวรรดิเองถึงให้ความสำคัญกับชางกวน บิงเอ้อถึงขนาดให้ยศกับเธอตั้งแต่อายุยังน้อย

แม้ว่าพ่อของโจวเว่ยชิงจะเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์ แต่อยู่ในระดับไหนนั้นก็ยังคงเป็นปริศนาในใจของเขา โจว เว่ยชิงนั้นมีเส้นพลังปราณที่พิการมาตั้งแต่เด็ก ทำให้นายพลโจวนั้นไม่เคยพูดถึงเรื่องผู้ใช้อัญมณีสวรรค์กับเขาเลย ซึ่งสิ่งที่เดียวโจว เว่ยชิงรู้นั้นก็คือผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นคือผู้ที่ใช้ได้ทั้งอัญมณีธาตุและอัญมณีกายแต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้อัญมณีสวรรค์มีหลายๆอย่างที่เหมือนกันกับผู้ใช้อัญมณีอื่นๆ แต่ต่างกันที่ความยากลำบากในการฝึกตนเพื่อเลื่อนระดับ แต่ในความเป็นจริงความสามารถของอัญมณีของพวกเขานั้นมีบางอย่างที่ต่างกันเมื่อเทียบกับผู้ใช้อัญมณีกายหรือผู้ใช้อัญมณีธาตุ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่รู้ถึงรายละเอียมากนัก แต่สิ่งที่เขารู้แน่ชัดเลยนั้นก็คือผู้ใช้อัญมณีสวรรค์นั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่า มีหลายครั้งที่เขาเคยฝันว่าอยากจะเป็นผู้ใช้อัญมณีสวรรค์

ซึ่งงานรับรางวัลที่โจว เว่ยชิงได้เจอชางกวน บิงเอ้อนั้นก็คืองานที่เธอได้รับตำแหน่งวิสเคานท์และองค์จักรพรรดิเป็นผู้มอบรางวัลให้ด้วยตัวเอง ซึ่งนายพลโจวก็พาเขาไปในพิธีการด้วย อย่างไรก็ตามเขาแค่รู้ว่าชางกวน บิงเอ้อนั้นเป็นหญิงงามที่รู้จักกันดีในจักรวรรดิแต่อย่างไรก็ตามนางก็ไม่เคยรู้จักเขาแม้แต่น้อย

แต่น่าเสียดายในตอนนี้หน้าอันงดงามของเธอนั้นเปลี่ยนไปด้วยท่าทางที่เย็นชา ขมวดคิ้วด้วยความโกรธและเอามือกอดไว้ที่หน้าอกของเธอ

ในตอนนี้ชางกวน บิงเอ้อรู้สึกหดหู่ใจเพราะเธอเพียงต้องการเดินออกจากสำนักงาน แต่เจ้าหนุ่มตรงหน้าเธอนี้กับจับผ้าม่านโดยไม่ได้ระวังและไปจับโดนหน้าอกเธอ ตั้งแต่เธอยังเด็กก็ไม่เคยมีชายคนไหนนั้นได้แตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะมีเพียงแม่เธอคนเดียวที่เลี้ยงเธอมา และเธอเองก็ไม่เคยรู้เลยว่าพ่อของเธอนั้นคือใคร ซึ่งเธอเองนั้นไม่ได้แค่ปัดป้องตัวเองจากสัญชาตญาณแต่เธอเองก็เตะโจว เว่ยชิงเต็มแรงด้วยเหมือนกัน

โจว เว่ยชิงนั้นตื่นจากพะวังก่อนที่จะจำคำพูดของนักธนูก่อนหน้านี้ เขาจึงเข้าใจว่าหญิงงามนี้ก็คือหัวหน้าของเขา ผู้บัญชาการกองพันที่ 3 ที่จะเป็นคนให้อุปกรณ์แก่เขาเมื่อดูจากสีหน้าและกริยาของชางกวน บิงเอ้อก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยว่าเขาจับอะไรไปก่อนหน้านี้

ในป่าดาราก่อนหน้านี้ เขาเป็นแผ่นหลังขององค์หญิงไดฟุย่าก็ทำเขาใจเต้นพอแล้วตอนนี้เขาก็ยังสัมผัสตัวชางกวน บิงเอ้อ นี้อาจเป็นวันที่โชคดีของเขา เพียงแค่วันเดียว เขาก็มีความสัมพันธ์ที่ยากจะอธิบายกับสองหญิงที่งามที่สุดในจักรวรรดิ เมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาสัมผัสไปก่อนหน้านี้ “ผุด” เลือดกำเดาเขาก็ไหลออกมา แม้ว่าใบหน้าของโจว เว่ยชิงจะแสดงสีหน้าว่าไม่รู้เรื่อง แต่เลือดกำเดานั้นก็ไม่อาจปิดบังความคิดของเขาได้

“เจ้าเป็นใครกันแน่” เมื่อมองโจว เว่ยชิงเลือดกำเดาไหลออกมาชางกวน บิงเอ้อก็ยิ่งโกรธขึ้นไปอีกและชัดดาบออกมาก่อนที่จะจ่อไปที่เขาพร้อมกับตะโกนด้วยความบ้าคลั่ง

“อย่า… มันเป็นการเข้าใจผิด ข้าทหารที่สมัครเข้ามาใหม่ ข้ามาที่นี้เพื่อรายงานผลและรับอุปกรณ์ครับ” โจว เว่ยชิงรีบยื่นเอกสารไปให้เธอ

ชางกวน บิงเอ้อจึงรีบเดินเข้าไปดึงเอาเอกสารของโจว เว่ยชิงออกมาเพื่อดูเธอก็ค่อยๆสงบใจได้มากขึ้น และคิดว่ามันอาจเป็นเพียงแค่ความบังเอิญจริงๆ แต่เธอก็ยังโกรธโจว เว่ยชิงอยู่

“ทำไมเจ้าถึงซุ่มซ่ามอย่างนี้!!”ชางกวน บิงเอ้อตวาดใส่ก่อนที่จะเก็บดาบของเธอและจิตสังหารในตาของเธอก็ค่อยๆจางไปแต่น้ำเสียงของเธอนั้นก็ยังคงเย็นชาและโกรธอยู่แม้ว่าเธอจะค่อยๆควบคุมอารมณ์ของเธอได้

โจว เว่ยชิงนั้นสังเกตท่าทางของเธอซึ่งมันให้เขาประทับใจในตัวเธอ เธอนั้นมาจากครอบครัวสามัญชน นั้นทำให้เธอนั้นมีพฤติกรรมที่ดีกว่าเจ้าหญิงไดฟุย่า แม้ว่าข้าจะทำให้นางไม่พอใจเหมือนองค์หญิงไดฟุย่าแต่การรับมือนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกินถ้าหากเธอเป็นคู่หมั้นของข้าแทน มันคงจะดีไม่น้อย

“ตามข้ามา” ชางกวน บิงเอ้อทำเสียงดุก่อนที่จะเปิดผ่าม่านกลับเข้าไปในสำนักงาน

โจว เว่ยชิงก็ตามเขาไปก็มีคนมาประกบข้างเขาซึ่งก็คือทหารชายที่ตามชางกวน บิงเอ้อออกมาจากสำนักงานเมื่อกี้นี้เขาสวมเกราะเบาบริเวณจุดสำคัญของร่างกาย และหมวกที่มีขนนกสีเหลืองประดับไว้ ซึ่งเป็นสัญญาลักษณ์ของหัวหน้ากองร้อย ก่อนหน้านี้โจว เว่ยชิงได้แต่สนใจชางกวน บิงเอ้อจึงไม่ทันสังเกตหัวหน้ากองร้อย

หัวหน้ากองร้อยก็กระซิบอย่างเบาว่า “ไอ้หนู เมื่อกี้นี้รู้สึกเป็นไงบ้าง”

โจว เว่ยชิงก็เพ่งมองไปยังหัวหน้ากองร้อย ก่อนที่จะชมออกมาดังว่า “กล้ามอกของผู้บัญชาการกองพันนั้นไม่เลวเลยล่ะ”

หัวหน้ากองร้อยนั้นต้องการแค่อยากจะล้อเล่นนิดหน่อย ถึงจะรู้สึกอิจฉานิดๆ แต่ไม่คาดคิดเลยว่าไอ้หนูนี้จะตอบออกมาอย่างดัง ซึ่งมันดูขัดกับหน้าตาที่ดูใสซื่อของโจว เว่ยชิงซึ่งทำให้หัวหน้ากองตอบในใจว่า “โคตรกล้าเลยว่ะแสด”

ทันใดนั้นโจว เว่ยชิงก็รู้สึกเย็นวาบจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว และผ้าม่านก็ถูกตัดออกเป็นสองชิ้นตรงหน้าของเขาตรงประตูชางกวน บิงเอ้อยืนกำดาบไว้แน่นจ้องมาที่โจว เว่ยขิง”ถ้าเจ้าพูดอะไรไร้สาระอีกละก็ ข้าจะตัดไอ้นั้นของเจ้า”

“เอ๊ะ ท่านผู้พัน ข้าผิดไปแล้ว โปรดอภัยให้ข้าด้วย” โจว เว่ยชิงรู้สึกเสียใจกับคำพูดที่หลุดปากและพูดดังไป ขณะที่ชางกวน บิงเอ้อ นั้นอยู่ไม่ไกลเขารีบรับผิดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

ชางกวน บิงเอ้อจึงหันหลังกลับไปในสำนักงานหัวหน้ากองร้อยเห็นเช่นนั้นจึงรีบยกนิ้วโป้งให้ก่อนจะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วแม้ว่าชางกวน บิงเอ้อจะพยายามทำตัวดีและควบคุมอารมณ์และเมื่อการรบเกิดขึ้นนางจะเป็นคนที่กล้าหาญมากกว่าใครๆ ดังนั้นโจว เว่ยชิงจึงไม่อยากที่จะเป็นที่ระบายความโกรธของเธอ


ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป

Advertisements