HJC เล่ม 1 ตอนที่ 2.1

ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป


ตอนที่ 002 มุกดำ (1)

ณ ป่าดารา บริเวณทะเลสาบแก้ววสันต์

โจวเว่ยชิงนอนหมดสติอยู่บนพื้น ในขณะที่ร่างกายของเขากำลังถูกหมอกสีดำห่อหุ้มรอบตัวเขาคล้ายกับรังไหม แม้แต่แสงดวงอาทิตย์ที่สดใสก็มิอาจเล็ดลอดเข้าไปในหมอกดำนี้ได้ ที่แผ่นหลังของเขาที่ถูกบอลเพลิงขององค์หญิงไดฟุย่านั้นกำลังฟื้นฟูตัวอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือขณะที่แผลกำลังสมานตัวนั้น กระดูก กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน รวมถึงเส้นพลังปราณกำลังหลอมรวมเข้ากับหมอกสีเทาที่ปะปนออกมาจากหมอกสีดำ

ซึ่งหมอกสีเทานั้นให้ความรู้สึกที่น่ากลัวกว่าหมอกสีดำที่ปกคลุมโจวเว่ยชิง  และยังคงเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่น่าพิศวง อย่างไรก็ตามหมอกสีเทานั้นค่อยๆแผ่ปกคลุมหมอกสีดำซึ่งเดิมปกคลุมโจวเว่ยชิงอยู่ ต้นไม้ใบหญ้าบริเวณตัวเขาเริ่มแสดงอาการผิดปกติ หมอกสีเทาค่อยๆแผ่กว้างออกไปจากตัวโจวเว่ยชิงอีก 5 เมตรและเมื่อมันสัมผัสเขากับต้นไม้ ต้นไม้เหล่านั้นเริ่มเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันร่างกายของโจวเว่ยชิงก็รักษาแผลได้เร็วขึ้น บรรยากาศบริเวณรอบนั้นให้ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยไอปีศาจ

หมอกสีเทาและสีดำทั้งสองค่อยๆผสมหลอมรวมกันหนาขึ้น และหนาขึ้น จนทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นหนาวขึ้นและปกคลุมไปด้วยไอปีศาจตัวของโจวเว่ยชิงเริ่มสนั่นสะท้านและปรากฎหมอกอีกสามสีผสมนั้นหลอมรวมเข้ากับรังไหมสีดำ หมอก 3 สีนั้นคือสีเขียว สีน้ำเงิน และสีเงินจากมุกดำที่เขากลืนไปก่อนหน้านี้

ความอบอุ่มของดวงอาทิตย์ไปอาจย่างกรายเข้าไปรอบอาณาบริเวณตัวของโจวเว่ยชิง และบนหน้าผากของเขา ก็ปรากฏตัวอักษรคำว่า “จักรพรรดิ” บนผิวของเขานั้นค่อยปรากฎรอยสักสีดำและชั้นล่างเป็นสีเทาซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน รอยสักทั้งสองนั้นสร้างรูปออกมาเป็นรูป 3 มิติและครอบคลุมไปทั่วตัวของเขาแม้กระทั่งใบหน้า

ปรากฏการณ์นี้ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง ก่อนที่หมอกต่างๆจะค่อยๆจางหายไป แล้วถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของโจวเว่ยชิง และรอยสักก็ค่อยๆหายไป

ผิวสีบรอนซ์ของโจวเว่ยชิงดูเหมือนซีดมากขึ้นกว่าแต่ก่อนและใบหน้าของเขาก็ดูเหมือนว่าจะหล่อมากขึ้นกว่าเดิม แผ่นหลังของเขาที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากบอลเพลิง ตอนนี้มันหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่เหลือร่องรอยแม้แต่แผลเป็นราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หลังจากนั้นไม่นานนิ้วมือของโจวเว่ยชิงเริ่มขยับขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมา เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา เขารู้สึกสั่นไปทั้งตัวเพราะความหนาวเย็น แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่หมดสติ แต่เขารู้สึกหนาวเย็นไปทั่วทั้งร่างของเขาเมื่อตื่นขึ้นมา แม้แต่หัวใจยังคงรับรู้ได้ถึงความหนาวเหน็บ ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวซึ่งยากที่จะหาคำมาพรรณนาได้

“ข้า … ไม่ตายอย่างงั้นหรือ?” โจวเว่ยชิงลุกขึ้นมานั่ง เขารู้สึกว่าร่างกายนั้นเบากว่าปกติและรีบเอามือไปแตะที่ด้านหลังของเขา เมื่อสัมผัสเขารู้สึกตกใจกับสิ่งที่สัมผัสได้ เพราะหลังของเขาไม่มีแผลจากบอลเพลิงหลงเหลืออยู่เลย

“นี้เป็นเพียงความฝันอย่างงั้นหรือ?” เมื่อโจวเว่ยชิงมองไปรอบตัว เห็นเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง และซากพืชที่ตายล้อมรอบตัวเขา ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ความฝัน

โจวเว่ยชิงกุมขมับเพื่อพยายามจะนึกถึงความทรงจำต่างๆว่าเกิดอะไรขึ้น

“เจ้ามุกสีดำนั้นเหมือนจะถูกกลืนเข้ามาในร่างกายของข้า” โจวเว่ยชิงรีบดึงความทรงจำต่างๆก่อนที่จะหมดสติไป ในตอนนั้นเขาจำได้ถึงความรู้สึกหนาวเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากท้องของเขา ก่อนที่จะมดสติไปเพราะความหนาวเย็นนั้นและไม่มีความทรงจำใดๆอีก ส่วนพืชที่ตายรอบตัวเขานั้นมันคงเกิดจากบอลเพลิงขององค์หญิงไดฟุย่า

ตัวโจวเว่ยชิงนั้นเกิดมาพร้อมกับเส้นพลังปราณที่พิการถึงแม้ว่าจะเป็นขุนนาง แต่เขาก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไป ซึ่งไม่มีเรื่องราวเกี่ยวพลังของผู้ใช้อัญมณี ทำให้เขาตัดสินใจพลาดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าหากทักษะเวทย์ของอัญมณีธาตุขององค์หญิงไดฟุย่านั้นรุนแรงอย่างที่เขาคิด นางคงจะไม่ใช่อัจฉริยะที่พบได้ทั่วไป ถ้าบอลเพลิงนั้นมีพลังทำลายอย่างที่เขาคิด บอลเพลิงคงทำให้เขาระเบิดออกเป็นชิ้นๆไปแล้ว

“แต่มุกดำนั้นคืออะไรกันแน่?” ถึงแม้ว่าความสามารถวิเคราะห์ของเขาจะค่อนข้างแม้ยำ แต่สิ่งหนึ่งที่โจวเว่ยชิงมั่นใจคือบาดแผลจากบอลเพลิงนั้นถูกรักษาโดยเจ้ามุกดำนั้นอย่างแน่นอน
พระเจ้าเห็นความดีในตัวข้าอย่างงั้นหรือ? นี้คือปาฏิหาริย์ใช่ไหม? โจวเว่ยชิงตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น การที่เขานั้นเป็นคนที่มองโลกในแง่นี้นั้นทำให้เขายืดหยัดกับความโชคร้ายที่เกิดขึ้นกับเขามาได้ แต่ด้วยยศของครอบครัวโจวเว่ยชิง ทำให้ในใจลึกๆของเขานั้นต้องการความแข็งแกร่ง

เมื่อหมุนคอเพื่อมองไปรอบๆ ก็สังเกตุเป็นต้นดาราขนาดใหญ่ที่จะเป็นเป้าทดสอบร่างกาย
เหตุผลที่ได้ชื่อว่าต้นดาราก็เพราะว่าใบของมันมีลักษณะเป็น 5แฉกเช่นเดียวกับดวงดาว ต้นดาราที่มีอายุ 100ปีนั้นจัดว่าเป็นต้นที่โตเต็มที่แล้ว ตัวไม้นั้นทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมมันถึงได้จัดว่าเป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดในการสร้างคันธนู

โจวเว่ยชิงเดินตรงไปยังต้นดาราที่เขาเห็น พร้อมกำหมัดแน่นจากนั้นเขาก็ชกไปที่ลำต้นของต้นดารายังสุดกำลัง

“บึ้ก!” “อ๊าาาาาาาาาาา!” เสียงแรกนั้นคือเสียงของหมัดที่กระแทกกับต้นดารา ส่วนเสียงหลังนั้นคล้ายกับแมวที่ถูกเหยียบหาง ซึ่งร้องออกมาแทนไม่เป็นภาษาของมนุษย์

โจวเว่ยชิงนั้นเป็นพวกกลัวเจ็บมาตั้งแต่เด็ก ต้นดารานั้นไม่ได้ขยับเลยซักนิด แต่ตัวเขานั้นโดดไปมาพร้อมกับจับกำปั้นที่ชกต้นดาราไว้ นี้เป็นความเจ็บปวดที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของเขา รอยถลอกที่มือของเขานั้นดูแย่มากและความเจ็บนั้นทำให้เขาโดดไปมา อยู่เกือบ 10 นาทีก่อนที่มันจะดีขึ้น

“แสด!!” ชายหนุ่มบ่นในใจพร้อมกับเป่าที่กำปั้นของเขา “โถ่ดูเหมือนว่าโชคดีนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับข้า”

โชคยังดีที่ เขายังเด็กอยู่และกำปั้นยังมีกำลังไม่มาก จึงไม่เป็นอันตรายต่อกระดูกที่มือ เมื่ออาการเจ็บลดลง โจวเว่ยชิงก็จัดแจงเสื้อผ้าและแต่งตัวใหม่ก่อนที่จะเดินคอตกจากไป

หลังจากที่เดินจากไปประมาณ 15นาที ต้นดาราที่ถูกต่อยไปนั้นมีเลือดของโจวเว่ยชิงติดอยู่ที่ต้นไม้จากรอยถลอก เปลือกบริเวณนั้นค่อยๆผุสลาย พร้อมปล่อยหมอกสีเทากระจายออกในในอากาศ และ 3 วันหลังจากนั้น ต้นดารานั้นก็สลายหลายไปจากป่าดารา นี้คือสิ่งที่โจวเว่ยชิงนั้นไม่เคยได้รับรู้


ตอนก่อนหน้านี้ || ตอนต่อไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s